สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ไม่เคยมีอยู่ในหัวของผมเลย เนื่องมาจากอะไรนั่นเหรอครับ เหตุผลหลักคือ ผมชอบประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีศิลปวัฒนธรรมที่สวยงามมากกว่า ไม่ใช่ประเทศที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเหมือนญี่ปุ่น และอีกเหตุผลหนึ่งคือ ค่าทัวร์ไปญี่ปุ่น แพงมาก ๆ (เหตุผลหลังนี้มีน้ำหนักมากที่สุด อิอิ) ผมเลยตั้งใจไว้ว่า ขอเที่ยวแถว ๆ ประเทศที่ค่าครองชีพต่ำ ๆ ก่อนดีกว่า เอาไว้เงินเหลือกินเหลือใช้เมื่อไหร่ ค่อยคิดไปญี่ปุ่นสักครั้ง

จนราวเดือน ต.ค.53 พี่จอห์น (รุ่นพี่ร่วมสถาบัน) ได้โทรศัพท์มาชวนผมไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปีใหม่ ตอนแรกผมก็อิดออดเนื่องจากช่วงนี้ผมต้องเก็บเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการออกทริปไปอียิปต์ช่วงเมษา 54 แต่พี่จอห์นยื่นข้อเสนอดี ๆ มาให้ ผมเลยรีบตบปากรับคำแกอย่างไม่ต้องคิดเลยครับ

วันที่ 27 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันที่จะต้องออกเดินทาง กรุ๊ปผมมี 8 คน เมื่อรวมกับคณะใหญ่แล้วมีทั้งสิ้น 24 คน คณะนัดรวมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิเวลา 20.00 น. เพื่อเตรียมเหิรฟ้าไปประเทศญี่ปุ่น ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 640 ตามกำหนดการ จะบินเวลา 22.35 น. แต่วันนี้ Gate เปิดประมาณ 22.30 น. กว่าเครื่องจะขึ้นก็เกือบ 23.00 น. ครับ กัปตันแจ้งว่า ออกช้ากว่ากำหนด แต่จะถึงญี่ปุ่นตามกำหนดเวลา คือ 06.15 น. (เวลาในญี่ปุ่นเร็วกว่าเมืองไทย 2 ช.ม.) ผมแอบได้ยินแอร์ฯ อธิบายให้ผู้โดยสารฟังถึงสาเหตุที่ทำขึ้นบินช้าว่า สนามบินนาริตะ มีการเปิด-ปิด เป็นเวลา ไม่ได้เปิด 24 ชม.เหมือนสนามบินอื่น ๆ ในญี่ปุ่น ซึ่งสนามบินนาริตะจะเปิดทำการช่วงเวลา 06.00 - 23.00 น. ถึงเราออกตามเวลา คือ 22.35 น. เราก็ไม่สามารถบินลงได้ เพราะสนามบินยังไม่เปิด (ใช้เวลาบินประมาณ 5 ช.ม.นิด ๆ ครับ)

ก่อนที่จะถึงสนามบินนาริตะ กัปตันแจ้งว่า อุณหภูมิภาคพื้นดินที่นาริตะ อยู่ที่ -4 องศาครับ ผมเองชักเริ่มวิตกแล้ว เนื่องจากเสื้อกันหนาวที่เตรียมมานั้น อยู่ในกระเป๋าเดินทางซึ่งโหลดอยู่ใต้เครื่องฯ แต่เมื่อเครื่องฯ แตะรันเวย์ ผมอ่านที่โปรเจคเตอร์บนเครื่องฯ แจ้งว่า ณ ตอนนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 1 องศา ผมใจชื้นขึ้นมาบ้าง เรามาถึงที่สนามบินนาริตะ ประมาณ 06.20 น. ครับ ผ่านกรรมวิธีตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่น ซึ่งที่นี่จะมีกรรมวิธีมากกว่าเมืองไทย 2 ขั้นตอนครับ คือผู้ที่จะผ่านเข้าประเทศญี่ปุ่น จะต้องมีการสแกนนิ้วชี้ทั้งสองข้างก่อน และจะมีการถ่ายรูปด้วย อาจมีการสัมภาษณ์เล็กน้อย ถึงจะเสร็จขั้นตอนครับ

เมื่อผมรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ก็รีบรื้อกระเป๋าเพื่อหยิบเสื้อกันหนาวออกมาใส่ทันที แต่ภายในสนามบินคงมีการเปิดใช้งานของเครื่องทำความร้อนอยู่ ผมเลยต้องถอดเสื้อกันหนาวออกก่อน เพราะตอนนี้รู้สึกเหงื่อจะเริ่มซึมแล้ว แต่เมื่อผมย่างก้าวออกจากประตูสนามบินเท่านั้น ก็รู้ซึ้งถึงอากาศ ณ ตอนนี้ ที่ต้อนรับเราด้วยอุณหภูมิ 2.9 องศา ครับ ณ ตอนนี้ มีไอออกจากจมูกด้วย ผมรีบสาวเท้าเพื่อจะไปขึ้นรถให้เร็วที่สุด แต่ระหว่างทาง สายตาก็พลันมองไปเห็นรถที่จอดที่ลานจอด แต่ละคันเหมือนมีคราบเกลือติดอยู่บนรถแทบทุกคน แต่พอเข้าไปมองใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่า คราบที่ผมเห็นเป็นน้ำค้างแข็งนั่นเอง

จุดหมายแรกที่ทัวร์พาผมไปคือ วัดนาริตะ เรามาถึงที่วัดประมาณ 07.30 น. ครับ วัดยังค่อนข้างเงียบเลยทีเดียว จากลานจอดรถ เราเดินมาที่ตัววัดประมาณ 200 เมตร ก็จะเจอประตูไม้ขนาดใหญ่ เมื่อเดินผ่านประตูไม้นี้แล้วด้านหน้าจะมองเห็นบันไดสูงชันพอใช้ได้เลยครับ ด้านล่างของบันไดจะมีที่ล้างมือสำหรับผู้ที่จะเข้าไปเยี่ยมชมในวัดแห่งนี้ คุณหนุ่ม ไกด์ของเราอธิบายว่า คนญี่ปุ่นมีกฎในการล้างมือ คือ ให้ตักน้ำด้วยมือขาวและนำมาล้างมือซ้าย จากนั้นให้ตักน้ำด้วยมือซ้ายและนำมาล้างมือขวา ล้างปาก บางคนก็จะกินน้ำด้วย ในใจผมก็คิดสวนขึ้นมาว่า แล้วใครสามารถตักน้ำจากมือขวาและล้างมือขวาได้หว่า เมื่อชำระล้างมือเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินขึ้นบันได ก็จะพบโคมไฟขนาดใหญ่ (มาก) แขวนอยู่ที่ประตูไม้ครับ ลองดูขนาดโคมไฟเทียบกับพี่จอห์นและพี่น้ำดูนะครับ

จากนั้นก็ต้องเดินขึ้นบันไดกันต่ออีกสักนิดหน่อยครับ เพื่อมุ่งหน้าสู่บริเวณลานวัด

วัดนาริตะ เป็นสำนักงานใหญ่ของโรงเรียนสอนศาสนา ลัทธิชินกอน เป็นวัดที่มีชื่อเสียงและผู้คนให้ความเคารพนับถือมาสักการะมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี สร้างเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.940 โดยเจ้าคณะคันโจ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 วัดหลักของลัทธิคันโต ที่ได้สร้างขึ้นอุทิศแด่ศาสนาพุทธให้กับ เทพเจ้าฟูดูเมียวโอะ (เทพเจ้าแห่งไฟ) ซึ่งเป็นเทพระดับสูงของลัทธิชินกอน แกะสลักถวายโดยโคโบไดชิ ตามคำสั่งของจักรพรรดิซากะ โดยเทวรูปดังกล่าวประดิษฐานอยู่ในวิหารหลังใหญ่ (ภาพบนซ้าย) ด้านในไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปครับ ด้านข้างจะมีสวนนาริตะซัง ในพื้นที่กว่า 165,000 ตารางเมตร เป็นสถานพักผ่อนหย่อนใจที่สวยงามร่มรื่น ช่วงที่ผมไป อากาศค่อนข้างหนาว เลยทำให้เห็นแม่คนิ้งเกาะอยู่ตามต้นไม้เยอะแยะไปหมดเลยครับ ผมมีเวลาอยู่ที่วัดนี้ค่อนข้างน้อย ยังเดินเก็บรายละเอียดของวัดนี้ไม่ครบเลย ก็ต้องเดินทางกันต่อแล้ว เพื่อมุ่งหน้าสู่สวนสนุกระดับโลก โตเกียวดิสนีย์แลนด์ครับ

ผมมาถึงโตเกียวดิสนีย์แลนด์ประมาณ 09.30 น. ครับ ดูจากปริมาณรถที่ลานจอดรถแล้ว คาดว่านักท่องเที่ยวคงยังมากันไม่มากครับ เราเลยรีบเดินเพื่อจะได้ทำเวลาสำหรับเล่นเครื่องเล่นให้มากที่สุด นักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปเล่นเครื่องเล่นจะต้องเสียค่าบัตรประมาณ 2,000 บาทครับ ด้านในมีเครื่องเล่นให้เล่นมากมาย สำหรับผม ผมผิดหวังจากเอเวอร์แลนด์ที่เกาหลีมารอบนึงแล้ว เพราะได้เล่นเครื่องเล่นเพียงแค่อย่างเดียว คือเฮอริเคน มางวดนี้กะจะตักตวงให้มากที่สุด ไหน ๆ ผมก็มีเวลาอยู่ที่นี่ถึง 6 ช.ม. แล้ว อย่างน้อยขอเล่นได้สัก 3 อย่างก็คงจะทะลุเป้าที่ตั้งไว้แล้ว

เมื่อเดินผ่านเข้าประตูมาแล้ว ก็เกิดอาการอึ้งเล็ก ๆ อยู่เหมือนกันครับ อึ้งเพราะผมคิดว่า ผมมาเช้าแล้ว แต่นักท่องเที่ยวที่อยู่ต่อหน้าผมตอนนี้ มันเยอะพอสมควร ผมลองเดินไปที่เครื่องเล่นชิ้นแรกที่ใกล้ตัวผมที่สุด เมื่อดูเวลาต่อคิวแล้ว ยังต้องรอคิวชั่วโมงกว่า ๆ สิ่งที่ผมวาดฝันไว้ ตอนนี้ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ผมจะเล่นเครื่องเล่นได้สักอย่างหรือไม่ เลยวางแผนกับพี่จอห์นว่า สงสัยเราคงจะต้องเดินดูบรรยากาศโดยรอบแต่เพียงอย่างเดียวแล้ว คงไม่มีเวลาพอที่จะไปต่อคิว เพื่อแลกกับการเล่นเครื่องเล่นเพียงชิ้นเดียว แต่จะไม่ได้เห็นบรรยากาศจุดอื่น ๆ เลย ที่ประชุมมีมติเห็นชอบครับ เราเลยเดินดูบรรยากาศโดยรอบไปเรื่อย ๆ ครับ ยิ่งสาย คนยิ่งเยอะมาก ๆ ครับ

จริง ๆ แล้ว การที่จะเล่นเครื่องเล่นของที่นี่จะต้องมีการเข้าคิว การเข้าคิวก็จะมีอยู่ 2 แบบ คือต่อแถวเข้าตามปกติ และการใช้ Fast Pass คือถ้าเราอยากเล่นอะไร สัก 2 อย่าง เช่น Big thunder Mountain กับ Splash Mountain แต่ว่าขี้เกียจต่อคิว Splash Mountain เราก็เอาบัตรไปใส่เครื่องใส่บัตร แล้วมันก็จะปั้มเวลาที่เราจะสามารถเล่น Splash Mountain ให้ จากนั้นเราก็ไปต่อคิว Big thunder Mountain ตามปกติ พอเล่นเสร็จ ก็ไปเล่น Splash Mountain ต่อได้เลย โดยการโชว์บัตรที่เครื่องตอกบัตรปั้มให้เรา แต่อาจจะต้องรอต่อคิวนิดหน่อยถ้าหากจำนวนคนที่ใช้ FP เยอะนะครับ แต่ FP จะมีข้อจำกัดอยู่อย่างหนึ่งคือ จอง 1 อย่าง แล้วก็ต้องเว้นไปอีกประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงจะจองเครื่องเล่นอื่นได้

สำหรับมื้อเที่ยงนี้ เราคงต้องหาอะไรง่าย ๆ กินในนี้ครับ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาในตอนนี้คือ การสั่งอาหาร เมื่อเข้าไปถึงร้านค้าด้านใน ก็เฉียด ๆ ดูลูกค้าคนอื่นว่าเขากินอะไรกันบ้าง เพราะคิดว่าจะได้กินตามอย่างเขา พลันสายตาก็สอดส่ายเห็นน่องไก่งวงย่าง ส่งกลิ่นหอมโชยมาแต่ไกล เราก็กะจะสั่งตามล่ะครับ พอเดินเข้าไปสั่งอาหาร อ่านเมนูแล้ว มันยากที่เราจะสั่งอาหารได้ตามใจเรา คือเมนูเขาจะเขียนดื้อ ๆ ว่า เป็นอาหารชุด,ไก่ ฯลฯ เมนูมันไม่มีรูปถ่ายอาหารเหมือนร้าน fast food ทั่วไป เช่น KFC , McDonal นะครับ แบบนั้นจะง่ายต่อการสั่ง อยากกินอะไรก็ชี้ ๆ แต่ร้านนี้ตรงที่สั่งอาหาร มันจะมีเหมือนตัวอย่างอาหารตั้งอยู่ ซึ่งก็มีตัวอย่างอาหารอยู่ 3 อย่างได้มั้ง ที่สำคัญ มันไม่มีตัวอย่างอาหารเป็นน่องไก่งวงนี่ซิ สรุปแล้วเลยให้พี่ก้อน หน่วยกล้าตายลองสั่งอาหารชุดมา 1 ชุดดูก่อน ว่าพอที่เราจะกินได้หรือไม่

อาหาร 1 ชุด ประกอบด้วย พิซซ่า 1 ชิ้น, ซูครีม (เอแคร์ราดแยมสตอร์เบอรี่) 5 ลูก และเครื่องดื่ม 1 แก้ว (เซ็ตละ 840 เยน) (100 เยน =37.25 บาท) แต่น่องไก่งวงมันไม่มีอยู่ในเมนูน่ะครับ แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว พี่อ้อ พี่จอห์น พี่น้ำ น้องใหม่ และผม เลยสั่งอาหารชุดมาคนละ 1 ชุดเลยครับ เมื่อกินกันหมดแล้ว แต่กลิ่นน่องไก่งวงจากโต๊ะข้าง ๆ มันยังไม่จางหาย พี่ก้อนยังไม่ละความพยายามที่จะกินให้ได้ ก็เลยตรงเข้าไปสั่งอาหารอีกรอบ เห็นแกเล่าว่า ไปบอกคนขายว่า chicken สั่งมา 2 ขา สรุปว่า แกได้พิซซ่ามา 2 ชิ้น อิอิ เลยต้องมานั่งยัดเยียดให้คนอื่นช่วยกินกันอีก จากนั้นพี่จอห์นก็ไม่ละความพยายาม สายตาก็พยายามสอดส่ายว่า เขาไปซื้อน่องไก่งวงกันมาจากไหน ทันใดนั้นเหมือนแกเห็นแสงสว่่างครับ สรุปว่าน่องไก่งวงเขาเปิดเป็นรถเข็นเล็ก ๆ ตั้งขายอยู่อีกที่นึง แกเลยไปต่อแถว ซื้อมา 4 น่อง (น่องละ 500 เยน) น่องนึงใหญ่มาก ๆ เลยครับ สังเกตที่ืมือพี่น้ำหรือน้องใหม่ก็ได้ครับว่ามันใหญ่ขนาดไหน

เมื่ออิ่มท้องกันแล้วก็เดินชมบรรยากาศกันต่อ ผ่านมาถึง Mark Twain Riverboat ซึ่งเหมือนเรือกลไฟขนาดใหญ่ คิวแทบไม่มี เพราะเรือลำนึงสามารถจุคนได้ร้อยกว่าคน ประกอบกับเครื่องเล่นมันไม่ค่อยจะตื่นเต้นสักเท่าไหร่ เลยทำให้คิวไม่ยาว ผมเลยขึ้นไปเล่นซะเลย Mark Twain Riverboat จะพาเราล่องไปตามลำน้ำ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที พาชมบรรยากาศโดยรอบ ซึ่งเขาจะตกแต่งเลียนแบบธรรมชาติ ทั้งน้ำตก ชุมชนอินเดียนแดง ก็ทำให้ตื่นตาตื่นใจได้เล็กน้อยครับ จากนั้นก็เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ไปเจอ Star Jet คิวไม่มาก ก็เลยไปต่อแถวเล่นอีก 1 ชิ้นครับ Star Jet จะคล้าย ๆ ยานอวกาศเล็ก ๆ ที่เราจะต้องคอยบังคับคันโยก ให้โยกขึ้น-ลง ตามใจเราครับ รอคิวประมาณ 30 นาที ได้เล่นประมาณ 2 นาที อิอิ จากนั้นก็เดินไปเรื่อย ๆ จนมาเจอเจ้าหน้าที่ ซึ่งพยายามเชื้อเชิญให้เรารอชมขบวนพาเหรด ผมเลยนั่งรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ขบวนพาเหรดถึงได้เริ่มครับ

ขบวนพาเหรดเริ่มเวลา 15.00 น. โดยถูกจัดเตรียมอย่างสวยงามครับ ให้ความบันเทิงกับเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี ผมแก่แล้ว ก็คงไม่ได้สนุกไปกับเขาหรอก เพียงแต่ได้ดูความอลังการของรถในขบวนพาเหรดเขาเท่านั้น ขบวนพาเหรดจากหัวขบวนถึงท้ายขบวนใช้เวลาประมาณ 20 นาทีครับ หลังจากจบ ผมก็เดินไปรอคณะแถว ๆ จุดนัดพบครับ เก็บบรรยากาศแถวนั้นอีกสักนิดนึง จนทนความหนาวไม่ไหว เลยไปรอบนรถแทนครับ

ก่อนจะเข้าโรงแรมคืนแรก ผมได้ไปกินมื้อเย็นที่ชินจูกุ กับเมนู สุกี้ยากี้ น้ำซุปของที่นี่เหมือนเขาจะใส่ซีอิ้วดำครับ เพราะน้ำซุปมีสีดำและมีรสหวานมาก ๆ สำหรับพวกโปรตีนนั้นจะประกอบด้วยหมูสไลด์แผ่นบาง ๆ เมื่อโดนน้ำร้อน ๆ แล้วจะเหมือนหมูสะดุ้งนะครับ หมูจะหดตัว ขด ๆ นอกจากนี้ยังมีเส้นเหมือนวุ้นเส้น มีถั่วงอก แครอท และที่อร่อยที่สุดคือเห็ดเข็มทองครับ ผมเหมือนตายอดตายอยากกับเห็ดเข็มทอง เพราะความหวานของเห็ดบวกกับความหวานของน้ำซุป อร่อยมาก ๆ สำหรับสูตรเด็ดของที่ญี่ปุ่น เขาบอกว่า เมื่อหมูสุกแล้ว เขาจะนำมาคลุกกับไข่ไก่ดิบแล้วกิน แต่ผมไม่ขอลองครับ กินแบบสูตรบ้านเราดีกว่า คือตอกไข่ใส่ลงไปในหม้อสุกี้เลย แต่กินได้ไม่เยอะครับ เนื่องจากความหวานของน้ำซุป ทำให้เกิดอาการเลี่ยนได้อย่างเร็ว หลังอาหารเย็น ก็เดินเล่นในห้างแถวชินจูกุ แต่ผมเดินไม่ไหวแล้ว เพราะหนักมาก ๆ กับเป้กล้องที่หนักประมาณ 8 กก. คงเดินอยู่ในร้านร้อยเยนอย่างเดียว แล้วก็ออกมารอคณะที่จุดนัดพบครับ จากนั้นได้เวลาก็เข้าโรงแรมที่พักครับ

คืนนี้เราพักที่ HYATT REGENCY TOKYO ครับ โรงแรมอยู่ข้างกับศาลาว่าการกรุงโตเกียว สถาปัตยกรรมของศาลาว่าการก็ออกแบบได้อย่างสวยงาม ลักษณะเป็นตึกแฝด แต่ไม่เหมือนปิโตนัสนะครับ ตัวฐานของอาคารจะเหมือนตึกเดียวกัน ส่วนบนยอด จะแยกเป็นสองตึกและจะมีปีกล้อมรอบเป็นวงกลมด้วย ลักษณะเหมือนสะพานลอย เชื่อมระหว่างตึกต่อตึก โดยที่ด้านล่างก็จะเป็นถนนให้รถได้วิ่งผ่านไปมาครับ หลังจากถึงโรงแรมแล้ว ผมก็ออกมาเดินเล่นเก็บบรรยากาศแสงสียามค่ำคืนแถว ๆ โรงแรม สักพักทนหนาวไม่ไหว อีกอย่างช่วงเดินทางมาญี่ปุ่นผมก็ไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ แถมพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าด้วย เลยกลับขึ้นห้องพักผ่อนครับ

เช้าวันใหม่ ผมมีความหวังเล็ก ๆ กับแสงเช้าของที่นี่ รีบตื่นขึ้นมาแล้วเดินลงมาหาแสงยามเช้า แต่ก็ไม่เห็นแสงสวย ๆ เลยครับ ทั้ง ๆ ที่ท้องฟ้ายามเช้าก็ใส หลังจากผิดหวังก็เตรียมกินอาหารเช้า อาหารที่นี่ดีมาก ๆ ครับ มีให้เลือกหลากหลายเลยทีเดียว ที่ผมชอบมากเป็นพิเศษคือฮอทดอก ซึ่งรสชาติไม่เหมือนบ้านเราเลย เป็นฮอทดอกรมควันที่ทำมาจากเนื้อเสียเป็นส่วนใหญ่ไม่เหมือนบ้านเราที่ทำมาจากแป้งครับ หลังจากอิ่มหนำกันแล้วก็เตรียมตัวเดินทางท่องเที่ยวกันต่อครับ

จุดหมายแรกในวันนี้อยู่ที่วัดอาซากุซะ คันนอน (Asakusa Kannon Temple) ครับ เป็นวัดพุทธที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในย่านอาซากุสะ เขตไทโตะ โตเกียว แรกเริ่มเคยเป็นวัดในสายเทนได ต่อมาได้แยกเป็นอิสระหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้คนที่นี่ให้ความนับถือและนิยมมาสักการะ และมาขอพรกันเป็นประจำ

หลังจากล้างมือตามประเพณีของที่นี่แล้ว ก็เข้าไปชมภายในโบสถ์ครับ ขึ้นบันไดไปก็จะสะดุดตากับโคมไฟขนาดใหญ่ที่แขวนไว้ที่ใกล้ ๆ กับประตูโบสถ์ ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำเจ้าแม่กวนอิม องค์จริงทางวัดได้เก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย แต่จะนำองค์จำลองมาให้ประชาชนได้สักการะครับ

ตามตำนานกล่าวว่า รูปหล่อของพระโพธิสัตว์ถูกพบในแม่น้ำสุมิดะเมื่อปี 628 ผู้ที่พบคือชาวประมงสองพี่น้องชื่อว่า ฮิโนคุมะ ฮามานาริ และฮิโนคุมะ ทาเคนาริ หัวหน้าหมู่บ้านของทั้งสองชื่อว่า ฮาจิโนะ นากาโมโตะ ได้ตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระโพธิสัตว์ จึงได้เปลี่ยนแปลงบ้านของตนในอาซากุสะให้กลายเป็นวัดขนาดเล็ก เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์ เพื่อให้คนในหมู่บ้านมากราบไหว้บูชา ชื่อเสียงในความศักดิ์สิทธิ์ของพระโพธิสัตว์นี้ ได้แพร่กระจายไปทั่วญี่ปุ่น มีคนจากทั่วสารทิศเดินทางมาอาซากุสะเพื่อสักการะพระโพธิสัตว์กวนอิม แห่งนี้ครับ

ทางเดินของวัดนี้จะเป็นรูปตัว L ครับ ผมเดินเข้าที่ฐานของตัว L จะผ่านหน้าโบสถ์ก่อน จากนั้นก็จะมองเห็นประตูไม้ขนาดใหญ่ มีชื่อว่า โฮโซมอน ( Hozomon ) แปลว่า ประตู ภูผา ครับ มีโคมไฟสีแดงใหญ่ 1 โคมอยู่ตรงกลาง ขนาดข้างด้วยโคมไฟสีดำขนาดย่อมกว่าสีแดง ข้างล่ะ 1 โคม และมีรองเท้าแตะสานคู่ยักษ์ ประดับประดาด้วย เมื่อเราก้าวข้ามประตูโฮโซมอนเข้าไปก็จะเจอถนนนากามิเซ่ะ ( Nakamise) ถนนสายเล็กๆเป็นทางเข้าวัด ยาวประมาณ 200 เมตรครับ

ถ้าหากเราเข้าจากทางเข้าหลักด้านหน้า เราจะพบกับประตู คามินาริมอน ( Kaminarimon ) หรือ "ประตู สายฟ้า" ประดับด้วยโคมไฟสีแดงขนาดใหญ่ ด้านข้างประตูมีเทพเจ้าสายฟ้า และ เทพเจ้าสายลม ทำหน้าที่เป็นทวารบาล แต่จากภาพมองไม่เห็นนะครับ เนื่องจากอิทธิพลของแสง หากเรามองผ่านประตูคามินาริมอนเข้าไป จะมองเห็นร้านค้าเล็ก ๆ มากมายที่ตั้งขายกันสองข้างถนนนากามิเซ่ะ ส่วนใหญ่จำหน่้่ายของที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง และขนมพื้นเมืองของญี่ปุ่น มาที่นี่แนะนำให้ลองกินซาลาเปาทอดครับ เพราะขนาดเจ้าชาย นารุฮิโต๊ะ และ เจ้าหญิง มาซาโก๊ะ พระชายา ก็เคยเสด็จมาชิมด้วย แป้งที่ทำซาลาเปาทอดมีหลายรสครับ มีทั้งชาเขียว พีช และอะไรอีกหลายอย่างเหมือนกัน ผมอ่านไม่ค่อยออก ข้างในจะสอดไส้ถั่วแดงกวนครับ กินสักอันสองอันพอไหวครับ เพราะซาลาเปาอมน้ำมันเหลือเกิน ส่วนขนมอีกอย่างที่อร่อย ลักษณะแป้งจะคล้ายขนมโตเกียวบ้านเราครับ แต่ทำเป็นก้อน ๆ สอดไส้ถั่วแดงอีกเช่นกัน งานนี้ถ้าใครชอบกินอะไรหวาน ๆ คงถูกใจไม่น้อยเลยครับ ผมมีเวลาอยู่ที่นี่ไม่นาน ยังเดินดูสินค้าไม่ครบเลย ก็ถึงเวลารวมพลอีกแล้วครับ จุดหมายต่อไปคือ ลานสกีฟูจิครับ

ผมนั่งรถได้สักพัก ก็เกิดอาการง่วงครับ หลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็เห็นภูเขาไฟฟูจิตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าแล้ว คุณหนุ่มบอกว่า ถือว่าโชคดีที่ฟูจิปรากฎกายให้เห็น ฟ้าวันนี้ถือว่าเปิดครับ ถึงแม้จะมีก้อนเมฆค่อนข้างเยอะ แต่ผมก็พอที่จะเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ที่ยอดฟูจิก็มีเมฆมาปิดบังตลอด แต่ก็เป็นเพียงก้อนเมฆเล็ก ๆ เท่านั้น คุณหนุ่มปลอบใจว่า ตอนนี้ฟูจิกำลังแต่งหน้าอยู่ เราก็คงต้องรอจังหวะให้ก้อนเมฆก้อนเล็ก ๆ หลุดจากปากปล่องฟูจิกันครับ

ระหว่างทาง เราแวะกินอาหารกลางวันกัน มื้อนี้เราได้ ยาคีนิขุ หรือ หมูปื้งหินภูเขาไฟครับ 1 คน ต่อ 1 ชุด ซึ่งประกอบด้วย หมูสไลด์หนา ๆ 3 ชิ้น กุ้ง 1 ตัว บุก 1 ชิ้น ถั่วงอก กะหล่ำปลีแยกใบ แครอท และหอมหัวใหญ่ เสริฟพร้อมน้ำซุปและข้าวครับ ที่นี่ยังมีบริการน้ำที่แช่ก้อนแร่ (ผมจำไม่ได้ว่าแร่อะไร) จากหินภูเขาไฟด้วยนะครับ ก้อนแร่นี้สามารถใช้ได้นานจนกว่าแร่จะละลายหมด นอกจากจะแช่ไว้บริการลูกค้าแล้ว ยังมีก้อนแร่ขายให้เอากลับไปใช้ที่บ้านด้วยครับ เจ้าของร้านให้การต้อนรับดีมาก ๆ ที่ร้านนี้ยังมีต้นวาซาบิให้เราได้ชมอีกด้วยครับ

หลังอาหารก็มุ่งหน้าสู่ลานสกีฟูจิกันครับ ระหว่างทางที่ผ่านเข้ามาที่ลานสกี ผมพอเห็นร่องรอยของหิมะที่เพิ่งตกไป เพราะบริเวณถนน และตามบ้านเรือนยังมีหิมะปกคลุมอยู่เลยครับ เมื่อรถจอดเทียบประตูของลานสกี เนื้อตัวเหมือนสั่นเทา ไม่ใช่หนาวหรอกครับ เพราะตื่นเต้นมากกว่า อิอิ รีบเดินผ่านออกไปด้านนอก เพื่อจะได้มองเห็นลานสกี ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิให้เต็ม ๆ ตาครับ

"ฟูจิซัง" (Fujisan) หรือ "ภูเขาไฟฟูจิ" ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดยามานาชิและจังหวัดชิซึโอกะ หรือทางตะวันตกของโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น เป็นภูเขาที่สูงเป็นอันดับหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น คือมีความสูง 3,776 เมตร ภายนอกแม้จะดูสงบนิ่ง แต่ภูเขาไฟฟูจิก็ยังไม่ดับสนิทเต็มที่ และถูกจัดให้อยู่ในลักษณะของภูเขาไฟที่มีโอกาสปะทุต่ำ โดยการระเบิดครั้งล่าสุดนั้นเกิดเมื่อ พ.ศ.2250 หรือเมื่อ 300 กว่าปีที่แล้ว

เมื่อนึกถึงภูเขาไฟฟูจิ ร้อยทั้งร้อย ทุกคนต้องคิดถึงภาพภูเขาที่มีหิมะปกคลุมอยู่บนยอด แต่ก็ใช่ว่าจะหิมะจะปกคลุมอยู่อย่างนั้นตลอดปี เพราะในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน หิมะบนยอดเขาก็จะละลาย สภาพอากาศไม่รุนแรง ช่วงนี้จึงเป็นฤดูกาลปีนภูเขาไฟฟูจิ นักท่องเที่ยวจะสามารถขึ้นไปเยี่ยมเยือนภูเขาไฟฟูจิกันได้ถึงยอดเขาริมปากปล่องภูเขาไฟกันเลยทีเดียว

ค่าเข้าชมลานสกีแห่งนี้ เสียค่าเข้าคนละ 600 เยน และค่าเช่าเลื่อนกระดาน อีกคนละ 500 เยน ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวถูกรวมไว้ในค่าทัวร์หมดแล้วครับ เมื่อชำระค่าเข้าลานสกีแล้ว นักท่องเที่ยวก็จะได้รับแจกบัตรผ่าน ซึ่งเราจะต้องติดบัตรผ่านให้เห็นได้ัชัดเจน เพื่อเอาไว้แสดงให้กับเจ้าหน้าที่ได้เห็น ที่นี่จะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกสำหรับพื้นที่เลื่อนกระดาน และอีกส่วนหนึ่งสำหรับการเล่นสกี ในพื้นที่สำหรับเลื่อนกระดาน ก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยเช่นกัน ส่วนแรกเป็นพื้นที่สำหรับเด็ก และอีกส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่สำหรับผู้ใหญ่ครับ แต่เด็กบางคนก็มาเล่นที่พื้นที่ผู้ใหญ่เหมือนกัน จากด้านล่างนักท่องเที่ยวสามารถยืนบนสายพานนิ่ง ๆ แล้วสายพานจะพาเราเคลื่อนตัวไปสู่ด้านบนของการเล่นเลื่อนกระดาน (ลักษณะคล้ายบันไดเลื่อนน่ะครับ) จากนั้นเราก็นั่งลงบนเลื่อนกระดานพลาสติก และจับเชือกเพื่อควบคุมทิศทาง จากนั้นก็ไถลตัวลงมา สนุก ตื่นเต้นดีมาก ๆ เลยครับ ตอนแรกผมก็ไม่คิดจะเล่นหรอก เพราะเป็นห่วงกล้อง พี่จอห์นก็รู้ใจผมซะงั้น บอกว่าจะถือเป้กล้องไว้ให้ ผมก็เลยลองเล่น 1 รอบ ปรากฎว่า เกิดติดใจ เล่นไปซะ 5 รอบ สนุกจนลืมแก่ไปเลยครับผม หลังจากนั้นก็มาเดินเตร่ ๆ ถ่ายรูปบรรยากาศโดยรอบ ก่อนที่จะถึงเวลานัดหมายครับ

หลังจากสนุกสนานกับการเล่นเลื่อนกระดานกันเต็มอิ่มแล้ว โปรแกรมต่อไปคือ โกเท็มบะ พรีเมี่ยม เอ้าท์เลท ซึ่งเป็นสถานที่ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย ณ เวลานี้ไม่ใช่จุดประสงค์ของผมในการมาที่นี่ซะแล้วครับ เพราะอะไรนะเหรอ ?

ผมมาถึงที่โกเท็มบะ พรีเมี่ยม เอ้าท์เลท เวลาประมาณ 16.30 น.ครับ เป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังส่องแสงสีทองมายังภูเขาไฟฟูจิ หลังจากที่พระอาทิตย์ตกไปแล้ว แสงสุดท้ายก็ได้ปรากฎขึ้น แต่เสียดายที่แสงมาขึ้นข้าง ๆ ฟูจิครับ ถ้าขึ้นด้านหลังฟูจิคงจะสวยเอามาก ๆ เลยทีเดียว แต่ได้แค่นี้ผมก็ดีใจแล้วครับ ที่วันนี้ฟูจิปรากฎกายให้ผมเห็นอย่างเต็ม ๆ ตา

หลังจากเก็บแสงสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ผมถึงได้เดินชมบรรยากาศในโกเท็มบะครับ เดินได้สักครึ่งชั่วโมงก็รู้สึกว่าไม่อยากทนกับอากาศที่หนาวเหน็บแล้ว เลยไปรอคณะบนรถดีกว่าครับ

คืนนี้ผมเข้าพักที่ Fujinobo Ka-en ห้องพักเป็นแบบเรียวกัง คือนอนกับที่นอนที่ปูบนเสื่อญี่ปุ่น ตะตะมิ นอกจากนี้โรงแรมยังมีชุดผ้าฝ้าย ยุคะตะ ไว้ให้สวมเวลาอยู่ในห้องและตอนที่ไปออนเซ็น ถ้าอากาศหนาว จะมีเสื้อคลุมหนาอีก 1 ตัวไว้ให้สวมทับด้วยครับ

เมื่อถึงที่พัก คุณหนุ่มให้เราไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดยุคะตะ เพื่อออกมากินอาหารเย็นกันที่ชั้น 9 ของโรงแรม เมนูวันนี้เป็นบุฟเฟต์ขาปูยักษ์ครับ อาหารวันนี้ค่อนข้างหลากหลายมาก ๆ แต่พระเอกของมื้อนี้คงหนีไม่พ้นขาปูยักษ์ครับ พนักงานจะให้ขาปูยักษ์ 3 ขา ต่อแขก 1 คน เมื่อเรากินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่อยมาเอาเพิ่มได้เรื่อย ๆ ครับ ผมก็ว่าดีนะครับที่เขาทำแบบนี้ เพราะถ้าไม่บังคับให้หยิบทีละ 3 ขา แขกที่มาทีหลังคงไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองขาปูยักษ์อย่างแน่นอน แขกชุดแรก ๆ คงหยิบกินอย่างไม่เกรงใจ อาหารอีกหนึ่งอย่างที่มีคนรอคิวลองลงมาคือ สเต๊กครับ ผมลองกินของพี่อ้อไปนิดเดียว แต่ไม่ค่อยถูกใจครับ เพราะเคี้ยวไม่ขาด อิอิ หลังจากอิ่มหนำกันแล้ว กิจกรรมต่อไปคือ การออนเซ็น ครับ กฎกติการการออนเซ็นคือ สามารถนำผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ เข้าไปในห้องออนเซ็นได้เพียงชิ้นเดียว

คุณหนุ่มแนะนำวิธีออนเซ็นว่า เมื่อเข้าไปด้านใน จะมีตู้ล๊อกเกอร์ให้เราถอดผ้าทุกชิ้นเก็บไว้ในล๊อกเกอร์ แล้วก็นำผ้าขนหนูผืนเล็กเข้าไปในห้องออนเซ็น ภายในห้องจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นที่อาบน้ำก่อนที่จะลงไปแช่ และอีกส่วนหนึ่งคือบ่อแช่ ครับ คุณหนุ่มเลยบอกให้เราอาบน้ำมาให้เสร็จจากที่ห้องเลย เพื่อจะได้ไม่ต้องนำอุปกรณ์อาบน้ำลงมา และให้ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นที่สุดลงมา เพราะจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาแก้ผ้าบริเวณตู้ล๊อกเกอร์ครับ

ผมกับน้องใหม่ทำใจอยู่นาน ใจนึงก็อาย อีกใจนึงก็อยากลอง เพราะเด๋วเกิดใครถามว่า ได้ออนเซ็นหรือเปล่า เราตอบว่าไม่ จะกลายเป็นว่า เรามาไม่ถึงญี่ปุ่น เอาว๊ะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ผมเลยอาบน้ำให้เสร็จเรียบร้อยจากห้องพัก และใส่ชุดยุคะตะลงมาอีกรอบ พร้อมผ้าขนหนูผืนใหญ่และผืนเล็กลงมาด้วย พอเข้าไปด้านในก็รู้สึกเก้ ๆ กัง ๆ กลัวไปทำอะไรเปิ่น ๆ ก็เริ่มไม่แน่ใจว่าจะแช่ดีหรือไม่แช่ดี กลับไปตั้งหลักที่ห้องพักอีกรอบ ห้องพักผมอยู่ชั้น 5 ส่วนห้องออนเซ็นอยู่ชั้น 3 ครับ ผมถือคติที่ว่า 3 หัวดีกว่า 2 หัว เลยไปชวนพี่ก๊วย พี่ก๊วยตอบตกลงที่จะลงไปแช่ด้วย มีคนนำทัพอย่างพี่ก๊วยแล้ว ผมก็เลยไม่ค่อยอายเท่าไหร่แล้วครับ เมื่อเข้าไปที่บริเวณล๊อกเกอร์อีกครั้ง คราวนี้พี่ก๊วยแกเหมือนชำนาญงานเลย ถอดอย่างไม่อายอะไรเลย ผมก็เลยคล้อยตามแกไปด้วย พอตัวเปล่าเล่าเปลือยแล้ว ก็พยายามถือผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ ขึ้นมาปิดบังสิ่งเล็ก ๆ ที่ตอนนี้มันแทบจะหดเข้าไปในร่างกาย เหตุเพราะความหนาว รีบสาวเท้าเข้าไปในห้องออนเซ็น อย่างรวดเร็วครับ พอเข้าไปก็รีบเข้าไปบริเวณที่อาบน้ำก่อนเพื่อเป็นพิธี เพราะเกรงว่า คนที่แช่อยู่ก่อนหน้านี้แล้วจะว่าเอา เนื่องจากเขาไม่รู้ว่าเราอาบน้ำมาก่อนหน้านี้แล้ว ผมทำอาบน้ำเป็นพิธีนิดหน่อยก็รีบสาวเท้าลงอ่างแช่ตัวทันที มีคนแช่ก่อนหน้าผมแล้ว 1 คนครับ ผม น้องใหม่ และพี่ก๊วย แช่อยู่ใกล้ ๆ กัน ไอ้ผมเองก็อายเด็กอย่างน้องใหม่ ที่อยู่ใกล้ ๆ ผม (กลัวเด็กแอบวัดขนาด) ก็เลยพยายามยกแข้งยกขามาปิดบังของตัวเอง น้องใหม่ก็หน้าตาระรื่นอย่างไม่อายใครเหมือนกัน เหมือนกับว่าข้ามีของดีมาอวด อิอิ

การแช่ออนเซ็น ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายได้ดีจริง ๆ ครับ รู้สึกตัวเบาเลย ยิ่งเอาผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ บิดน้ำร้อน แล้วเอามาวางบนหัว ทำให้รู้สึกสบายมาก ๆ การแช่ออนเซ็นควรแช่ครั้งละ 10 นาทีนะครับ หากต้องการแช่ต่อ ควรขึ้นมาพักร่างกายสักเล็กน้อย แล้วค่อยแช่ต่อ รู้สึกว่าน้องใหม่จะติดใจ ชวนผมแช่อีก แต่ผมคงไม่ไหวแล้วครับ ระหว่างที่ผมแช่อยู่ เริ่มมีคนทยอยเข้ามาแช่กันเยอะขึ้น ผมคงพอแค่นี้ดีกว่าครับ หลังจาก 10 นาทีผ่านไป ผมเลยรีบออกมาเช็ดเหนือเช็ดตัวแล้วแล้วสวมชุดเตรียมกลับขึ้นห้อง แต่สักพัก น้องใหม่และพี่ก๊วยก็ตามออกมา ผมเลยรอขึ้นห้องพักพร้อมกันเลย

เช้าวันใหม่ผมมีความหวังอยู่ลึก ๆ ว่าคงจะได้เห็นแสงแรกที่ฟูจิ เลยรีบตื่นขึ้นมาชมแสง แต่เนื่องจากผมมาถึงโรงแรมตอนมืดแล้ว เลยไม่รู้ว่าจะสามารถมองดูฟูจิจากส่วนไหนของโรงแรมได้ พอตื่นปุ๊บก็รีบเดินหาฟูจิทันที เปิดหน้าต่างห้องมาก็มองแทบไม่เห็นวิวภูเขาเลย เนื่องจากเมฆหมอกปิดบังหมด พยายามเดินไปที่บันไดหนีไฟแต่ละจุดเพื่อมองออกไปข้างนอก ก็ไม่เจอ จำขึ้นได้ว่า คุณหนุ่มบอกว่าช่วงที่กินอาหารเช้า ให้รีบมาจองที่นั่งข้างกระจก เพราะจุดนี้สามารถมองเห็นฟูจิได้เต็ม ๆ ผมนึกขึ้นได้ก็รีบมุ่งหน้าไปที่ชั้น 9 ซึ่งเป็นห้องอาหารเช้า แต่พอเข้าไป ก็มองไม่เห็นฟูจิเลย สรุปว่า เดินคอตกกลับมาที่ห้อง ไหน ๆ ก็ตื่นเร็วแล้ว ก็เลยอาบน้ำอาบท่า ปลุกน้องใหม่เพื่อไปกินอาหารเช้ากันครับ

พอผมถึงห้องอาหาร สายตาก็แว๊บไปที่วิวด้านนอก ตามที่คุณหนุ่มแนะนำ ฟูจิทั้งลูกออกมาอวดโฉมกันอย่างเต็มตา เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจากที่ผมขึ้นมาครั้งแรก ครั้งนั้นผมไม่เห็นอะไรเลย หรือว่าฟ้ามันสว่างขึ้น ทำให้ผมได้มองเห็นฟูจิขึ้นมา แต่ไม่เป็นไรครับ ถึงไม่ได้แสงเช้า ได้มานั่งกินอาหารข้าง ๆ ฟูจิก็ถือว่าโอเคแล้วครับ


ที่ด้านข้างของห้องอาหาร สามารถเปิดประตูเพื่อออกไปสูดอากาศยามเช้า และสามารถเป็นจุดชมวิวของฟูจิได้อย่างสวยงามครับ

หลังอาหารเช้า เรามีโปรแกรมไปที่วนอุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ ระหว่างเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่ฮาโกเน่ ก็นั่งเม้าท์กับพี่น้ำเรื่องออนเซ็นของน้องใหม่ ผมเล่าว่าผมอายน้องใหม่มากที่มานั่งแช่อยู่ใกล้ ๆ ต้องคอยบิดซ้ายบิดขวาปิดบังไม่ให้น้องใหม่เห็น แต่น้องใหม่นี่ซิ นั่งแช่นิ่งเหมือนอย่างมั่นใจในตัวเองซะเหลือเกิน พี่น้ำตอบกลับอย่างภาคภูมิใจว่า "เป็นไงล่ะ ลูกชั้น ได้พ่อมันมาเยอะ" อิอิ แหม หยามกันเห็น ๆ เลยนะคร๊าบ จากนั้นผมก็ดูบรรยากาศข้างทางอยู่เพลิน ๆ สักพัก คนขับจอดรถก็จอดรถที่ข้างทาง แล้วลุกขึ้นจากที่นั่งคนขับ แกโพล่งพูดภาษาไทยออกมาประโยคนึงว่า "เร็ว เร็ว" แถมกวักมือขึ้นให้เรารีบก้าวเท้าลงจากรถ ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นครับ เพราะยังตั้งสติไม่ได้เลย เห็นท่าทางคนขับที่ดูตกใจ ผมก็รีบก้าวเท้าลงจากรถอย่างรวดเร็ว พอลงจากรถเท่านั้นถึงได้รู้ว่า ที่ด้านท้ายรถของเรามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น มีควันขาวพวยพุ่งออกมาจากท้ายรถ ที่คนขับเขาให้เรารีบลง คงกลัวว่ารถจะระเบิดมั้งครับ อิอิ ช่วงระหว่างที่รอดูคนขับเช็คสภาพรถ อากาศมันก็ช่างกลั่นแกล้งเราซะจริง ๆ ครับ อากาศหนาวเย็นเอามาก ๆ ผมชักเริ่มไม่ไหว แต่ได้น้ำใจจากพี่แก้ว ที่สละผ้าพันคอมาให้ผม พี่แกบอกว่าให้ยืมก่อน เพราะพี่แกเตรียมพร๊อพมามาถ่ายภาพมากมาย ผ้าพันคอช่วยให้ความอุ่นกับผมได้เยอะเลยครับ

คุณหนุ่มตัดสินใจพาเราไปที่ท่าเรือโดยรถประจำทาง โชคดีอีกอย่างหนึ่งคือ คนขับมาจอดรถเสียตรงป้ายรถเมล์พอดี จึงทำให้เราไม่ต้องเดินไปที่ป้ายรถเมล์ แต่จริง ๆ แล้ว จากจุดที่เรายืนอยู่ ก็ไม่ไกลจากท่าเรือแล้ว (ดูจากแผนที่) แต่ในแผนที่ไม่ได้บอกด้วยว่า ระยะทางจากจุดนี้ถึงท่าเรือ มีระยะทานเท่าไหร่ เรารออยู่ที่ป้ายรถเมล์ประมาณ 10 นาที รถเมล์ก็มาครับ นั่งรถเมล์ไปป้ายเดียวครับ สักประมาณ 5 นาที รถเมล์ก็มาจอดที่ท่าเรือ เราได้ขึ้นเรือรอบ 10.00 น. ครับ ค่าล่องเรือคนละ 970 เยนครับ

ทะเลสาบอะชิ (Lake Ashi) หรือ ทะเลสาบฮาโกเนะ, ทะเลสาบอะชิโนะโกะ ตั้งอยู่บริเวณเมืองฮาโกเนะ จังหวัดคานางาวะ มีลักษณะเป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟ ทอดตัวในแนวตะวันตกเฉียงใต้ของแอ่งภูเขาไฟรูปกระจาดฮาโกเนะ ถ้าฟ้าเปิดจะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ด้วยครับ อีกทั้งโดยรอบทะเลสาบยังเรียงรายไปด้วยรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้ิอน จุดเด่นที่สำคัญของทะเลสาบแห่งนี้คือ การล่องเรือที่มีลักษณะคล้ายเรือโจรสลัด ของทางตะวันตกครับ

เมื่อขึ้นเรือได้ ผมก็รีบขึ้นไปชั้นบนสุดของเรือ เพื่อเตรียมจะเก็บบรรยากาศโดยรอบของทะเลสาบแห่งนี้ แต่เมื่อยืนได้ครู่เดียว ผมก็ต้องยอมแพ้ครับ เพราะอากาศตอนนี้หนาวเย็นมาก ๆ ลมที่มาปะทะกับหน้าผม ทำให้ผมน้ำตาไหลตลอดเวลา น้ำมูกไหล หู และมือ เริ่มชา ผมรีบถ่ายรูปเสร็จแล้วก็รีบวิ่งกลับลงมาที่ห้องพักผู้โดยสาร รอให้ร่างกายปรับสภาพนิดหน่อย แล้วก็ออกไปซ่าห์ีที่ชั้นบนสุดตามเดิมครับ เมื่อถึงฝั่งแล้ว คุณหนุ่มก็โทรติดต่อคนขับรถ ทราบว่า รถยังไม่เสร็จ ตามโปรแกรมเดิมเราจะต้องลงเรือที่ท่าเรือ แล้วนั่งรถต่อเพื่อขึ้นไปยังหุบเขาโอวาคุดานิ แต่ ณ ตอนนี้รถยังไม่เสร็จ คุณหนุ่มเลยแก้ปัญหาโดยให้เรานั่งเรือกลับไปยังท่าเรือเดิมครับ เพื่อรอเวลาเผื่อรถเสร็จ เราเลยได้นั่งเรือกลับอีก 1 รอบ ใช้เวลาในการล่องเรือสองรอบประมาณหนึ่งชั่วโมง เมื่อมาถึงท่าเรือ รถก็ยังซ่อมไม่เสร็จครับ คุณหนุ่มเลยอนุเคราะห์ให้เราได้ขึ้นกระเช้าแทนการนั่งรถ มุ่งหน้าสู่หุบเขาโอวาคุดานิครับ

สถานีรถกระเช้าอยู่ที่เดียวกับท่าเรือเลยครับ เราขึ้นไปที่ชั้นสองเพื่อรอขึ้นกระเช้า ค่ากระเช้าต่อหัว ราคา 1,150 เยนครับ กระเช้าที่นี่เขาล่ำลือว่า เป็นกระเช้าที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกเลยนะครับ

กระเช้าค่อนข้างใหญ่เลยครับ กระเช้าผมนั่งกัน 12 คน ที่นั่งยังหลวมอยู่เลย คณะเราแบ่งเป็น 2 กระเช้า สถานีที่เราขึ้นคือสถานี Togendai ซึ่งมีความสูง 741 เมตร แล้วเราไปลงที่สถานี Owakudani ซึ่งมีความสูงที่ระดับ 1,044 เมตรครับ

เมื่อขึ้นมาถึงด้านบน ผมมองเห็นละอองเล็ก ๆ ปลิวอยู่ในอากาศครับ ก็บอกพี่ ๆ ว่า สงสัยหิมะจะตกแน่ ๆ จากนั้นคุณหนุ่มก็พาเราไปกินอาหารเที่ยงกันครับ ชั้นล่างของร้านเป็นร้านขายของฝาก ชั้นสองเป็นร้านอาหาร มื้อนี้เมนูของเราเป็น Bento Set (Japanese Box) ครับ ประกอบด้วยก้ามปูเสริฟพร้อมกับผักสด, เนื้อปลาอะไรสักอย่างไม่แน่ใจว่าแซลมอนที่ทำให้สุกแล้วหรือเปล่าเพราะเนื้อมันออกขาว ๆ ครับ ,ไข่ห่อข้าวอะไรสักอย่างนี่แหล่ะเสริฟคู่กับเหง้าบัวและพริกทอด, เหมือนยำมะเขือยาว และเครื่องเคียงเหมือนกิมจิ เสริฟพร้อมข้าวครับ นอกจากนี้ยังมีหมูย่างและซุปเต้าหู้เสริฟมาพร้อมเป็น 1 set ครับ จัดมาอย่างปราณีต เห็นแล้วไม่อยากกินเลยครับ ระหว่างกินข้าว น้องใหม่ก็มองออกไปด้านนอก แล้วร้องออกมาอย่างตื่นเต้นว่า แม่ ๆ หิมะตก ดูเหมือนพวกเราจะตื่นเต้นกว่าน้องใหม่อีกครับ รีบกินข้าวแล้วรีบออกไปสัมผัสหิมะกันเลย

ครอบครัวพี่จอห์นขอช๊อปปิ้งอยู่ที่ชั่นล่างของร้านอาหาร ผม พี่ก๊วย พี่แก้ว พี่ก้อน และพี่อ้อ ลงความเห็นว่า จะขึ้นไปบ่อน้ำแร่กำมะถัน เพื่อไปกินไข่ดำที่บ่อต้มกันเลยครับ จากบริเวณร้านอาหารเดินขึ้นไปด้านบน ระยะทางประมาณ 500 เมตรครับ หิมะเริ่มตกหนาขึ้นกว่าเดิมครับ ผมเดินไปได้ครึ่งทาง ก็มองย้อนกลับลงไปด้านล่าง เห็นแต่พี่ก๊วยและพี่แก้วตามมาติด ๆ แต่ไร้วี่แววของสองสาว พี่ก้อนและพี่อ้อเลย ผมเลยก้าวเท้าต่อเพื่อจะไปยังบ่อน้ำแร่กำมะถันโดยเร็ว

คำว่า โอวาคุดานิ แปลว่า " หุบเขานรก " อาจเนื่องมาจากเพราะมีควันกำมะถันขาว ๆ ลอยพุ่งขึ้นมาตลอดเวลา สำหรับผมแล้ว ควันกำมะถันแค่นี้ยังถือว่าจิ๊บ ๆ สำหรับผม เพราะผมเคยไปที่คาวาอีเจียน ประเทศอินโดนีเซีย ที่นั่นผมได้ไปยืนที่ปากปล่องภูเขาไฟเลย ที่ปากปล่องจะมีกำมะถันเหลว พร้อมควันพวยพุ่งมากกว่าที่โอวาคุดานิหลายเท่าตัวเลยครับ

ด้านบนนี้จะมีบ่อน้ำแร่กำมะถัน เป็นบ่อน้ำแร่ที่สามารถต้มไข่ให้สุกได้ด้วยความร้อนถึงเกือบ 100 องศา แต่เขาไม่ให้เราเอาไข่ไปต้มนะครับ แต่จะมีไข่ดำที่ต้มสุกแล้วจำหน่าย 1 ถุงมี 5 ฟอง ราคาถุงละ 500 เยน โดยในถุงนั้นจะมีเกลือถุงเล็ก ๆ ให้ด้วยครับ

ดำไม่ดำ สังเกตได้ที่ไข่ของหนูน้อยที่วางบนโต๊ะนะครับ กำมะถันเมื่อทำปฏิกิริยากับโปรตีนที่เปลือกไข่ จะทำให้เปลือกไข่มีสีดำ โดยที่เนื้อไข่ด้านในยังมีสีขาวตามปกติอยู่ครับ

คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า หากได้ทานไข่ดำ 1 ฟอง จะทำให้อายุยืนขึ้น 7 ปี ตามตำนานเล่าว่า ในสมัยญี่ปุ่นโบราณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งมีชายชราซึ่งกำลังป่วย จนหมอประจำหมู่บ้านบอกว่าไม่มีทางรักษาหายได้แล้ว คงต้องตายในเร็ววัน ด้วยความกตัญญููของลูกชาย ลูกชายจึงได้พยายามหายาวิเศษเพื่อมารักษาพ่อ มีคนบอกว่าให้ขึ้นมาที่หุบเขาโอวาคุดานิแห่งนี้เพื่อหายาวิเศษ ชายผู้กตััญญูจึงเดินทางมาด้วยความยากลำบาก เมื่อมาถึงบ่อน้ำแร่ ได้พบชายชราผู้หนึ่ง กำลังนั่งทำอะไรอยู่เพลิน ๆ จึงร้องทักออกไปด้วยเสียงอันดัง ชายชราตกใจ เลยทำของหล่นไปในบ่อ ชายผู้กตัญญูก็ถามว่า มียาวิเศษอะไรไหมที่จะไปช่วยพ่อของตนได้ ชายชราฟังไม่เข้าใจและคงโมโห ชี้มือลงไปในบ่อ เหมือนจะบอกว่า ทำเขาตกใจจนของตกลงไป จากนั้นชายชราก็เดินจากไป ชายหนุ่มเข้าใจว่าชายชราชี้ว่าของวิเศษอยู่ในบ่อนั้น จึงรีบงมของจากในบ่อขึ้นมา พบไข่เปลือกเป็นสีดำ ดีใจว่านี่คือไข่วิเศษ จึงนำกลับมาให้พ่อของตนกิน หลังจากกินไข่ดำแล้ว ชายชราผู้เป็นพ่อก็มีอายุยืนยาวต่อมาได้อีก 7 ปี เท็จจริงยังไงอันนี้ผมไม่รู้นะครับ รู้แต่ว่าผมลองกินเข้าไป 1 ฟองครับ

ผมอยู่ด้านบนนี้ได้สักพักเริ่มรู้สึกไม่ไหวครับ หิมะก็ยังคงตกไม่หยุด มือไม้เริ่มแข็ง หูเริ่มชาแล้ว เลยรีบเดินกลับมาหาไออุ่นบนรถดีกว่า ระหว่างเส้นทางที่จะถึงลานจอดรถ จะมีร้านค้าขายมันเผาอยู่หนึ่งร้าน มีป้ายเขียนเป็นภาษาไทยว่า มันเผาร้อน ๆ อร่อยมาก แปะไว้ด้วย สงสัยคนไทยจะมาเที่ยวที่นี่เยอะเหมือนกันนะครับ เมื่อขึ้นมาบนรถ คุณหนุ่มบอกว่า อุณหภูมิตอนนี้อยู่ที่ -3 องศาครับ ผมแอบยิ้มอยู่ในใจเล็ก ๆ เพราะอยากจะลองสัมผัสอุณหภูมิที่ติดลบมานานแล้ว

ตอนนี้ได้รับแจ้งว่า รถของเราซ่อมเสร็จแล้ว และจอดรอเราอยู่ที่เดิม ณ ตอนนี้คุณหนุ่มได้หารถที่จะพาเราลงจากโอวาคุดานิไว้แล้ว การจราจรทางรถยนต์ที่จะขึ้นมายังโอวาคุดานิ ติดขัดยาวเลยทีเดียวครับ โชคดีที่เราได้ขึ้นยอดเขาโดยกระเช้า ไม่งั้นเราคงเสียเวลารถติดอยู่กันนานพอสมควรแน่ ๆ แต่ขาลงนั้น รถไม่ติดเลยครับ

เรามาจอดถ่ายรถกันบริเวณที่รถเสีย พอเราขึ้นนั่งประจำที่กันเรียบร้อยแล้ว คนขับก็กล่าวขอโทษขอโพยยกใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น แกคงรู้ว่าพวกเราฟังไม่ออก เลยออกท่าประกอบการสนทนา ทำท่าเป็นร้องไห้ แต่เราก็ไม่ได้กล่าวโทษอะไร เพราะรู้ว่าเป็นอุบัติเหตุ และอาจจะต้องขอบคุณคนขับเสียด้วยซ้ำที่เกิดเหตุการณ์รถเสียขึ้น ไม่งั้นเราคงไม่ได้ขึ้นกระเช้า เพราะการขึ้นกระเช้าอยู่นอกเหนือรายการทัวร์ แถมถ้าเราขึ้นโอวาคุดานิทางรถยนต์ เราอาจจะต้องเสียเวลารถติดกันมากกว่านี้ คุณหนุ่มสอบถามถึงสาเหตุการเสียของรถ ได้รับคำตอบว่า น้ำยาคลอยเย็นไม่ทำงาน ทำให้เครื่อง heat อีกทั้งสายพานขาดด้วย แต่ตอนนี้ซ่อมเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้เรายังได้รับน้ำใจจากคนขับและคุณหนุ่ม ด้วยการให้ของที่ระลึกกับเราคนละอย่างเพื่อเป็นการปลอบขวัญเรื่องรถเสียในครั้งนี้ด้วยครับ ระหว่างทางผ่านทุ่งหญ้าสีทองด้วย ตรงจุดนี้สวยมาก ๆ ครับ แต่ผมคงทำได้แค่ถ่ายจากในรถเท่านั้นครับ จุดหมายต่อไปของเราคือ ไร่สตอเบอรี่ครับ ในใจผมคิดว่า ไร่สตอเบอรี่คงจะเหมือนบ้านเรา คือปลูกบนพื้นดิน ตามไหล่เขา แต่ที่นี่ไม่ใช่ครับ

การจราจรบนถนนในทางด่วนวันนี้ติดขัดมาก เนื่องจากคงใกล้วันปีใหม่ คนญี่ปุ่นก็เริ่มออกเที่ยวแล้ว สภาพคงไม่ต่างจากบ้านเรา ทำให้เราไปถึงที่ไร่สตอเบอรี่เย็นมาก ๆ แล้วครับ เวลาประมาณ 16.45 น.ตอนนี้ มืดมาก ๆ คุณหนุ่มรีบเข้าไปติดต่อเจ้าของไร่สตอเบอรี่เป็นการด่วน เพราะกลัวว่าไร่จะปิดแล้ว เจ้าของไร่เลยออกมาต้อนรับพวกเราพร้อมแจกถาดพลาสติกเล็ก ๆ ที่แบ่งเป็น 2 หลุมครับ พร้อมกับบีบนมข้นหวานใส่ลงไปในหลุมเล็ก ๆ ด้วย

สตอเบอรี่ที่เราเข้าไปชิมในวันนี้เป็นพันธุ์ อาคิหิเมะ หรือแปลว่า เจ้าหญิงแห่งฤดูใบไม้ร่วง การปลูกของที่นี่คือจะปลูกกันในโรงเรือน ยกพื้นสูงประมาณเมตรกว่า ๆ ปลูกเป็นแถวยาว และที่สำคัญเขาจะไม่ให้ผลสัมผัสกับดินเลย สตอเบอรี่ที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าบ้านเราเยอะเลยครับ รสชาติไม่มีรสเปรี้ยวเลยก็ว่าได้ ส่วนความหวานก็แล้วแต่ลูก บางลูกก็หวาน บางลูกก็เฉย ๆ อาจเป็นเพราะมันยังสุกไม่เต็มที่ก็เป็นได้ครับ เลือกเด็ดกินได้ตามสบายเลย เราเสียค่าเข้าคนละ 1,800 เยน (ค่าเข้ารวมในรายการทัวร์แล้ว) คุณหนุ่มคำนวณคร่าว ๆ ว่า เราควรจะกินสตอเบอรี่ให้ได้ 40 ลูก ถึงจะคุ้มกับค่าเข้าชม ผมเองกลัวไม่คุ้ม เลยซัดไป 63 ลูกครับ ผลสรุปคือ อิ่มแปร้เลย เสียดายที่เรามาถึงค่อนข้างมืดแล้ว เลยไม่ได้ถ่ายบรรยากาศในไร่มาฝากเลยครับ ที่ส่วนหน้าของไร่ จะมีผลผลิตที่แปรรูปจากสตอเบอรี่ รวมถึงสตอเบอรี่สด ที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ ใหญ่กว่าที่ผมไปเด็ดกินในแปลงซะอีก ลองเทียบกับเหรียญ 100 เยนดูนะครับ (เล็กกว่าเหรียญ 5 บาทเรานิดหน่อย) เหรียญเล็กลงไปขนัดตาเลย

ตามโปรแกรมผมจะได้แวะชมทะเลสาบฮามานะ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาไหลที่มีชื่อเสียง อีกจุดนึง แต่เนื่องจากตอนนี้พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ความมืดเข้ามาปกคลุม เลยต้องตัดโปรแกรมนี้ออกไปครับ จากไร่สตอเบอรี่ก็มุ่งหน้าสู่เมืองนาโงย่าครับ

ผมมาถึงนาโงย่าประมาณสองทุ่มครึ่งก็ตรงเข้าร้านปิ้งย่างเลย วันนี้เรามากินกันที่ Sutamina Viking (Buffet Style Restaurant) ครับ เป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่างหลากหลายมาก ๆ มีทั้งเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อไก่แบบเสียบไม้ (อร่อยมาก) ฮอทดอก ปลาไข่ ปลาหมึก และอื่น ๆ อีกเพียบครับ นอกจากนี้ยังมีซูชิหน้าต่าง ๆ ขนมหวานหลากหลาย ปิดท้ายด้วยไอศครีมหลากรสเลย มื้อนี้ผมมีความสุขในการกินมาก ๆ ราคาต่อหัว ถ้าไปเองไม่ผ่านทัวร์ ตกที่หัวล่ะ 1,800 เยนครับ ถ้ารวมเครื่องดื่มแบบเติมไม่อั้น ราคาอยู่ที่หัวละ 2,980 เยนครับ หลังอาหารก็มุ่งหน้าสู่ที่พัก คืนนี้เราเข้าพักที่ NAGOYA CASTLE ครับ

ที่พักในคืนนี้ประทับใจผมมาก ๆ เลยครับ เพราะอะไรนะเหรอครับ เพราะว่าเราได้พักอยู่ติดกับปราสาทนาโงย่าเลย เรียกได้ว่า ลุกจากเตียงก็จะมองเห็นปราสาทเลยครับ ตอนที่ไปถึงปราสาทยังเปิดไฟอยู่ สวยงามมาก ๆ (ปราสาทจะทำการปิดไฟเวลา 5 ทุ่มครับ) เมื่อมาถึงห้องพักผมไม่เป็นอันจะทำอะไรเลย พยายามเปิดกระจกเพื่อจะได้ถ่ายภาพปราสาทโดยไม่ผ่านกระจก แต่เจ้ากรรม กระจกห้องผมเปิดไม่ออก เลยต้องไปขอถ่ายที่ห้องพี่ก๊วย ที่ใช้ความพยายามจนสามารถเปิดกระจกออกได้ครับ ผมหามุมถ่ายจนตัวปราสาทปิดไฟ ถึงได้เลิกงุ่นงาน ยอมนอนเพื่อมีความหวังว่า ตื่นเช้ามาในวันพรุ่งนี้ผมคงจะได้เห็นแสงแรกงาม ๆ สักวัน

อ้อ ผมลืมกล่าวถึงชักโครกของญี่ปุ่นไปเลยครับ เคยแต่เห็นเทคโนโลยีของชักโครกญี่ปุ่นในงานส้วมนานาชาติที่เคยจัดขึ้นที่เมืองทองธานีบ้านเราครับ เมื่อไปคราวนี้ก็ได้ไปลองใช้มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทันสมัยไม่เบาเลยจริง ๆ ที่ชักโครกจะมีปุ่มอยู่ 2 ปุ่ม และอีก 1 ปุ่มสำหรับหมุนครับ หมุนซ้ายจะใช้สำหรับล้างก้น หมุนขวา สำหรับล้างจิ๋ม สามารถเพิ่มความแรงของน้ำได้ด้วยครับ สำหรับสองปุ่มถัดมา กดเมื่อต้องการชำระล้าง อีกหนึ่งปุ่มสำหรับปิดน้ำครับ คนออกแบบก็ออกแบบมาได้ดีมาก ๆ เลยสำหรับฉีดก้น เพราะไม่พลาดเป้าเลย แต่สำหรับฉีดจิ๋ม ผมไม่ได้ลองนะครับ เพราะไม่มีจิ๋มให้ฉีด อิอิ สำหรับชักโครกแบบนี้พบเจอได้ตามโรงแรมทั่วไป แต่ถ้าหากเป็นส้วมสาธารณะแล้ว จะเป็นแบบนั่งยองครับ แล้วจะเหมือนมีโค้งครึ่งวงกลมโผล่ขึ้นมาด้วย แต่ถ้าดีหน่อยก็จะมีชักโครกแบบกดธรรมดาไว้ให้บริการด้วยครับ

เช้าวันใหม่ ผมตั้งนาฬิกาปลุกให้เร็วกว่าชาวบ้านเขาประมาณครึ่งชั่วโมง ผมทำแบบนี้ทุกวันเพราะว่า หากผมโชคดีคงได้มีโอกาสเห็นแสงแรกงาม ๆ ที่ญี่ปุ่นสักที วันนี้เหมือนเป็นโชคดีสำหรับผมครับ ที่ผมได้มีโอกาสเห็นแสงแรก ที่สำคัญ แสงมาอยู่ด้านหลังของปราสาทนาโงย่าซะด้วย แต่เหมือนผมมีบุญแต่กรรมบังครับ ผมไม่สามารถเปิดหน้าต่างที่ห้องได้ พยายามอยู่นานก็ไม่สามารถ เลยตาลีตาเหลือกเดินไปดูที่บันไดหนีไฟ เผื่อว่าจะสามารถออกมาตั้งกล้องถ่ายแสงแรกได้ แต่บันไดหนีไฟที่นี่ไม่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกได้เลย ตอนนี้ผมเหมือนหนูติดจั่น เหมือนเห็นปลากระป๋องแต่ไม่มีที่เปิดกระป๋อง งุ่นง่านสุด ๆ อยากที่จะถ่ายแสงแรก ผมรู้ว่า แสงแบบนี้คงได้อยู่อีกไม่นานแล้ว ก็เลยเสียมารยาทไปเคาะเรียกพี่ก๊วย ที่ยังคงนอนหลับอยู่ มาเปิดห้องให้ผมเพื่อเข้าไปถ่ายแสงแรกจากห้องแก แกก็คงยังงัวเงียอยู่เหมือนกัน หยิบกล้องมาถ่ายตามผมด้วย ยังไงต้องขอบคุณพี่ก๊วยที่อุตส่าห์ให้ผมเข้าไปถ่ายที่ห้องนะครับ

หลังอาหารเช้า เราได้เที่ยวชมบรรยากาศเมืองเก่า เมืองนารา เมืองหลวงแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น โปรแกรมแรกของเราอยู่ที่วัดโทไดจิครับ หนึ่งในมรดกโลกของเมืองนารา

การเดินทางของเราในวันนี้ มีหิมะตกต้อนรับเราตลอดเส้นทางถึงวัดโทไดจิเลยครับ

เมื่อจอดรถ เราก็เดินทางเข้าสู่ตัววัด บริเวณนี้จะมีกวางตัวน้อยใหญ่ยืนรอให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย มันเชื่องขนาดเข้าไปลูบหัว เล่นกับกวางได้เลยครับ กวางพวกนี้ยืนรออาหารจากนักท่องเที่ยวอยู่ครับ บางตัวได้กลิ่นอาหารที่ติดอยู่กับเสื้อผ้า ก็จะมาดึงเสื้อผ้าของเรา ผมเองก็โดนมาแล้วเหมือนกัน ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า กวางพวกนี้เป็นบริเวรของเทพเจ้าครับ

วัดโทไดจิ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.743 หน้าวัดมีซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่เรียกว่า นันไดมง สร้างขึ้นในปี 1199 มีเสาไม้ 18 ต้นรองรับโครงสร้างหลังคาไม้ขนาดใหญ่เป็นพิเศษ มีลวดลายแกะสลักจากงานไม้ที่วิิตรตระการตา เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมในยุคคามาคุระ ตัวอาคารของวัดเป็นวิหารไม้ที่ถูกบันทึกว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นวิหารที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต (ไดบุทสึ) หรือพระไวโรจนพุทธ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 พระธยานิพุทธเจ้าทั้งห้า ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่สูง 16 เมตร มีน้ำหนักรวมมากกว่า 500 ตัน ตัววิหารไม้แห่งนี้เคยถูกเพลิงไหม้มาแล้วครั้งหนึ่ง และได้มีการบูรณะสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งแต่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง 2 ใน 3 นอกจากนี้ วัดนี้ยังเป็นศูนย์กลางของโรงเรียนศาสนาในสายเคงอนอีกด้วย วัดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในทะเบียนเดียวกับวัด ศาลเจ้า และสถานที่สำคัญอื่นๆอีก 7 แห่งในเมืองนารา

ภายในโบสถ์มีเสาอยู่ต้นนึง มีการเจาะรูอยู่ที่โคนเสา เชื่อกันว่าถ้าใครสามารถลอดรูเสาต้นนี้ได้คำอธิษฐานจะเป็นจริง มีคนบอกว่าขนาดของรูนี้กว้างเท่าความกว้างของรูพระนาสิก (รูจมูก) ขององค์ไดบุทสึ ครับ ผมเองก็อยากจะลองลอดดูนะครับ แต่ ณ ตอนนี้ผมเดินอยู่ที่จุดนี้คนเดียว เกิดมุดเข้าไปแล้วลอดออกไม่ได้ล่ะ แย่เลย ไม่มีใครช่วย จะมุดกลับก็กลับไม่ได้ มุดออกก็ติดอีก คงเป็นข่าวใหญ่แน่ ๆ อิอิ

จากนั้นเดินทางกันต่อไปยังเส้นทางแห่งมรดกโลกเมืองเก่าเกียวโต ว่ากันว่าผู้ใดที่มาเยือนแดนอาทิตย์อุทัยแล้วไม่ได้มาเยือนเมืองเก่าของญี่ปุ่น ถือว่ามาไม่ถึงญี่ปุ่นครับ ที่นี่เป็นเมืองเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ความสวยงามด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมอันเก่าแกเลื่องชื่อได้อย่างน่าทึ่งเลยทีเดียว เราแวะกินอาหารกลางวันกัน มื้อนี้เป็น ชาบู ชาบู ครับ

เมื่อรถจอดที่หน้าร้าน แทนที่ทุกคนจะวิ่งหลบหิมะเข้าไปด้านในร้าน กลับมายืนถ่ายรูป เล่นสนุกกับหิมะที่กำลังตกอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ลืมความหิวไปเลยครับ ชาบู ชาบูมื้อนี้ประกอบด้วยเนื้อหมูสไลด์ เห็ดเข็มทอง ถั่วงอก และผักใบเขียวอะไรสักอย่าง ผมไม่รู้จักครับ เสริฟพร้อม เทมปุระกุ้ง 1 ตัว ปลา 1 ชิ้น ซุป 1 ถ้วย และข้าว มื้อนี้ผมว่า มันเบา ๆ ท้องยังไงชอบกลครับ รสชาติไม่ค่อยถูกปากผมเท่าที่ควร

จากนั้นเราเดินทางสู่ปราสาททองคิดคะคุจิ มีอีกชื่อหนึ่งว่า โรกุอนจิ สร้างสมัย โชกุน โยชิมิทสึึ ในอดีตที่นี่เป็นบ้านพักตากอากาศของโชกุนอาชิคางะ โยชิมิทสึ โชกุนผู้โด่งดังในเรื่อง อิ๊กคิวซัง ซึ่งเป็นสมบัติของข้าราชสำนักชื่อไชอนจิ คินทซึเนะ ตกทอดมาเป็นบ้านพักที่เป็นปราสาททองทั้งหลังตั้งอยู่กลางน้ำ ปราสาทแห่งนี้ได้รับการยกย่องจากนักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษว่าสร้างได้อย่างกลมกลืน ประณีตสวยงามได้สัดส่วนเป็นที่สุด หากวันไหนท้องฟ้าเปิด จะสามารถมองเห็นความงดงามของปราสาทสีทองสะท้อนลงผืนน้ำราวสะท้อนออกมาจากกระจกเลยทีเดียว แต่วันที่ผมไปถึงนั้น หิมะตกหนัก จึงทำให้หลังคา และต้นไม้ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ แถมผืนน้ำยังเป็นน้ำแข็งอีกด้วย

ตัวปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ คศ. 1397 และหลังจากปี 1408 และได้เปลี่ยนเป็นวัดพุทธนิกายชินโตแทน ปราสาทคินคะคูจิ เคยถูกเผามาถึง 2 ครั้ง จากสงครามกลางเมืองที่เผาวัดแห่งนี้ แต่โชคดีที่ปราสาทรอดพ้นมาได้ และในปี 1950 คินคะคูจิก็ถูกเผาด้วยน้ำมือของพระหนุ่มองค์หนึ่ง ผู้มีความเชื่อว่า หากได้ทำลายสิ่งที่รักแล้วจะหลุดพ้น ปราสาททองคำแห่งนี้ได้ถูกบูรณะขึ้นอีกครั้งโดยใช้ทองคำบริสุทธิ์ถึง 48 กก.เพื่อคืนกลับมาเป็นคินคะคูจิ ตัวปราสาท มี 3 ชั้น สีทองอร่าม ตั้งตะหง่าน อยู่ในสระน้ำ ที่มีการจัดสวนแบบลัทธิเซน

แต่ละชั้นใช้ศิลปะการก่อสร้างและตกแต่งแตกต่างกัน

ชั้นล่าง สร้างตามแบบวัดพุทธในนิกายเซน มีบึงน้ำอยู่รอบตัวศาลา

ชั้นที่ 2 (Buke Zukuri) สร้างตามแบบบ้านซามูไร เป็นที่พักของซามูไรผู้อารักขาโชกุน

ชั้นที่ 3 ชั้นบนสุด (Shinden Zukuri) สร้างตามแบบพระราชวัง เป็นที่อยู่ของ โชกุนโยชิมิทสึ

และในปี 1994 ได้รับการยอมรับให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น

ในวันที่ผมมาไม่รู้ว่านักท่องเที่ยวมาจากไหนมากมาย ทางเดินแคบ ๆ แทบจะไม่มีช่องว่างให้ได้หยุดเพื่อถ่ายรูปเลย เพราะจะต้องไหลตามนักท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ หนำซ้ำหิมะก็ยังตก ทำให้นักท่องเที่ยวต้องกางร่มเพื่อป้องกันหิมะอีก ถ่ายรูปได้ยากมากเลยครับ

หลังจากใช้เวลาอยู่ที่นี่กันพอสมควร รู้สึกหงุดหงิดในใจเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ภาพตามที่ต้องการ ก็เดินทางกันต่อสู่วัดคิโยมิสึ หรือวัดน้ำใสครับ

ผมมาถึงวัดคิโยมิสึ ประมาณ 17.00 น. วัดตั้งอยู่บนเนินเขา จากจุดจอดรถเราต้องเดินขึ้นสู่วัด ตามถนนที่มีชื่อเรียกว่า "ถนนสายกาน้ำชา" สาเหตุที่ได้ชื่อนี้เพราะว่า ในอดีตจะมี ร้านขายถ้วยชาเครื่องปั้นดินเผา เรียงรายตลอดสองข้างทาง แต่้ในปัจจุบันเป็นร้านขายของที่ระลึกต่าง ๆ ร้านขายขนมพื้นเมือง มากมายครับ เราต้องเดินตามความลาดชันประมาณ 500 เมตร ขึ้นไป การเดินในวันนี้ค่อนข้างลำบากครับ เพราะถนนถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ซึ่งค่อนข้างลื่นเลยทีเดียว อีกทั้งต้องฝ่าฝูงชนจำนวนมากเดินขึ้นไปบนวัด ผมไปถึงทางเข้าวัดประมาณ 17.20 น.ครับ แสงเริ่มน้อยมากแล้ว พยายามดัน ISO กันสุดฤทธิ์ แต่ภาพที่ได้ก็ออกมาไม่ดีเลย คุณหนุ่มถามว่า ยังอยากที่จะเข้าไปในตัววัดหรือไม่ ถ้าอยากเข้าคุณหนุ่มจะพามาที่นี่อีกครั้ง ผมเลยยังไม่เข้าวัดในวันนี้ เพื่อมารอเก็บบรรยากาศวัดนี้ช่วงที่มีแสงดีกว่า จากนั้นก็เดินกลับสู่ลานจอดรถ เพื่อมุ่งหน้าสู่สถานีเกียวโต เพื่อทดลองขึ้นรถไฟด่วนชินคันเซ็น หรือรถไฟหัวกระสุนครับ

ผมมาถึงที่สถานีเกียวโตประมาณ 18.30 น. ครับ หลังจากรับตั๋วจากคุณหนุ่มเรียบร้อยแล้วก็เตรียมตัวรอรถไฟมาครับ สำหรับการซื้อตั๋วรถไฟ ที่นี่จะมีตู้ขายตั๋วเหมือนรถไฟฟ้าบ้านเราครับ จะมีบอกว่า ถ้าเราไปลงสถานีไหน จะเสียค่ารถเท่าไหร่ แต่ที่นี่ นอกจากจะใช้เหรียญซื้อได้แล้ว แบงค์ 1,000 แบงค์ 5,000 เยน ก็สามารถซื้อตั๋วได้เช่นกันครับ แล้วจะมีเงินทอนออกมาให้ด้วย เมื่อได้ตั๋วแล้ว การที่จะเข้าไปในชานชาลาก็เหมือนกับรถไฟฟ้าบ้านเราครับ คือต้องสอดตั๋วเข้าไปตรงทางเข้า แล้วรอรับตั๋วก่อน ถึงค่อยเดินเข้าไปที่ชานชาลาได้ แล้วเมื่อจะออกจากสถานี ก็สอดตั๋วตรงทางออกอีกครั้ง แล้วเดินออกมาได้เลย ไม่ต้องไปยืนรอตั๋วแล้วนะครับ แต่ถ้าอยากเก็บตั๋วไว้เป็นที่ระลึก ก็สามารถไปขอเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ตรงทางออกได้ครับ เจ้าหน้าที่เขาจะประทับตราไว้ให้เราด้วยครับ เมื่อรถไฟมาถึง ที่นั่งบางที่ก็โดนกันที่จากคนญี่ปุ่น ไอ้เราก็พูดภาษาเขาไม่ได้ เลยไม่กล้าขอพื้นที่เพื่อนั่งครับ ยอมทนยืนเอาก็ได้ ผมเลยมองไม่เห็นบรรยากาศด้านนอกของรถไฟด่วนชินคันเซ็นได้เลย เห็นเขาบอกว่า รถไฟหัวกระสุนนี้วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเฉลี่ย 240 กม./ชม. ใช้เวลา 15 นาที จากสถานีเกียวโต ถึงสถานีโอซาก้าครับ (ค่ารถไฟด่วน 1,380 เยน) จากนั้นเรานั่งรถไฟใต้ดินกันต่อเพื่อไปทานอาหารเย็นกันครับ หลังอาหารเดินเล่นในเมืองโอซาก้าครับ วันนี้เข้าพักที่โรงแรม โอซากาไดอิจิ โครงสร้างของโรงแรมแห่งนี้ออกแบบเป็นวงกลมครับ ทำให้สภาพแต่ละห้องดูแปลก ๆ ดี หลังจากเก็บของเข้าห้องเรียบร้อยแล้ว ผม พี่จอห์น พี่ก๊วย น้องใหม่ ก็นัดกับคุณหนุ่ม เพื่อให้คุณหนุ่มพาไปชมบรรยากาศงาน Countdown ในโอซาก้ากันครับ

อากาศตอนนี้หนาวมาก ๆ เลยครับ จากโรงแรมเรานั่งรถไฟ JR เพื่อไปถึงตัวเมืองโอซาก้า จุดที่เรากินเข้ามื้อเย็นกันอีกครั้ง เวลาจวนเจียนเที่ยงคืนเต็มที่แล้ว แต่บรรยากาศโดยรอบกลับเหมือนวัน ๆ หนึ่ง ที่ไม่ใช่เป็นวันสิ้นปีเลย เหมือนคนที่นี่เขาไม่ตื่นเต้นกับบรรยากาศการ Countdown กันสักเท่าไหร่เลย ผมยังคงเดินหาสถานที่การจัดงานอยู่ จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ไปแล้ว แต่ผมก็ไม่เห็น และไม่ได้ยินเสียงของผู้คนที่นี่เลยจริง ๆ ไหน ๆ ออกมาแล้ว เพื่อไม่ให้เสียรอบ ก็เลยเดินหาร้านขายของไปพลาง ๆ ครับ ได้ร้าน Duty free ครับ สักพักทนความเหนื่อยและความหนาวไม่ไหว เลยนั่งแท๊กซี่กลับโรงแรมกันครับ คืนนี้หลับอย่างสบายเลย

เช้ามาผมไม่ต้องรีบตื่นมาเก็บแสงเช้าครับ เพราะเล็ง ๆ ดูแล้ว บรรยากาศโดยรอบไม่เหมาะกับรอเก็บแสงเช้าเลย เพราะวันนี้เราอยู่ในใจกลางเมือง หลังอาหารเช้า เรามุ่งหน้าสู่ปราสาทโอซาก้าครับ

ปราสาทโอซาก้า เป็นปราสาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น สร้างโดยโชกุนโตโยโตมิ ฮิเดโยชิ เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองโอซาก้า โอบล้อมด้วยกำแพงหินแกรนิตที่สร้างได้อย่างประณีตเลยครับ จากจุดจอดรถเราต้องเดินเท้ากันประมาณ 500 เมตร เพื่อเข้าสู่ตัวปราสาท เนื่องจากว่าวันนี้เป็นวันปีใหม่ รถรางที่ให้บริการนักท่องเที่ยวจากลานจอดรถสู่ตัวปราสาทปิดให้บริการครับ เราเลยต้องอาศัยกำลังขาของตัวเอง เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ออกเดินทางกันต่อ มุ่งหน้าสู่สวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอครับ

ที่สวนสนุกแห่งนี้ เสียค่าเข้าชมคนละ 2,500 บาทครับ ภายในจะมีเครื่องเล่นหลายหลายชนิด ตื่นเต้น ระทึกใจจากหนังดังต่าง ๆ แต่วันนี้ผมมีเป้าหมายที่จะล้างตาที่วัดคิโยมิสึครับ หลังจากที่ให้คณะเขาเข้าไปชมด้านในสวนสนุกแล้ว คณะของผมก็ออกมาหาอะไรกินกันก่อน มื้อนี้เราได้ Set อาหารญี่ปุ่นครับ หลังจากกินกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พี่น้ำ พี่ก้อน พี่อ้อ ขออยู่ Shopping กันที่นี่ ส่วน ผม พี่จอห์น พี่ก๊วย พี่แก้ว และน้องใหม่ ขอนั่งรถไฟเล่นไปโอซาก้า เพื่อไปล้างตาวัดคิโยมิสึครับ การเดินทางครั้งนี้เรานั่งรถไฟกันประมาณ 45 นาที และนั่งแท๊กซี่ต่อเพื่อไปส่งยังลานจอดรถของวัดคิโยมิสึครับ

วันนี้เราไม่สนใจสินค้าข้างทางแล้ว เพราะเมื่อวานเราได้มีโอกาสมาเดินดูแล้วครั้งหนึ่ง มาถึงก็จ้ำอ้าว ทำเวลากันเลยครับ

เมื่อไปถึงทางเข้าวัด มีหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นแต่งตัวในชุดประจำชาติ มาเที่ยวชมวัดกันหลายคู่เลยทีเดียว ผมเลยโอกาสขอถ่ายรูปมาซะเลย เช้านี้แตกต่างจากบรรยากาศเมื่อวานตอนเย็นเป็นอย่างมาก หิมะที่ปกคลุมเมื่อวาน วันนี้เริ่มละลายลงบ้างแล้ว ยังคงเหลือบางส่วนที่ยังมีให้เห็นอยู่บ้างครับ

วันนี้ที่วัดคิโยมิสึ ผู้คนมากมาย บรรยากาศคล้าย ๆ กับปราสาททองคินคะคุจิเลยครับ ที่คนต้องไหลไปตาม ๆ กัน จุดเ่ด่นของวัดนี้มี 2 จุดครับ จุดแรกคือระเบียงของศาลาหลังใหญ่ ที่ตั้งอยู่บนไหล่เขา ตั้งอยู่ด้วยเสาไม้ ต้นมหึมาหลายร้อยต้น และอีกจุดหนึ่งคือ การได้มาดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์สามสายที่ไหลมาจากยอดเขา ฮิงาชิยม่า (เป็นน้ำซับธรรมชาติ) มานานนับพันปีแล้ว โดยมีความเชื่อว่า

น้ำสายที่ 1 ถ้าใครได้ดื่มจะประสบความสำเร็จด้านการศึกษา สติปัญญาดี

น้ำสายที่ 2 จะสมหวังในความรัก

น้ำสายที่ 3 จะมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว

แต่ผมไม่ได้ไปดื่มกับเขาหรอกครับ เพราะคิวยาวมากเลย อีกอย่างผมจะต้องรีบทำเวลาเพื่อกลับไปให้ทันเวลานัดหมายด้วย

ทุก ๆ วันปีใหม่ ที่ญี่ปุ่นจะมีเทศกาล Lucky bag ครับ Lucky bag หรือถุงโชคดีนั้น ร้านค้าต่าง ๆ จะนำสินค้าของร้านตนใส่ลงไปในถุง และจะปิดผนึกถุงเพื่อไม่ให้ลูกค้าเห็น และจะตั้งราคาของถุงแต่ละใบให้ถูกกว่าสินค้าที่อยู่ด้านใน อย่างที่ถนนสายกาน้ำชาแห่งนี้ก็มีเหมือนกัน มีการตั้งราคาถุง Lucky bag ไว้ที่ 3,000 เยน และเขียนโฆษณาไว้ว่า ของในถุงมีมูลค่า 9,000 เยน พี่จอห์นและพี่แก้วอยากรู้ เลยซื้อมาคนละถุงครับ

จากลานจอดรถถึงถนนใหญ่ ณ ตอนนี้รถติดมากมายเลยครับ ผมก็นั่งลุ้นดูเวลา กลัวว่าจะไปไม่ทันเวลานัดคณะ กว่าจะหลุดจากซอยเข้าถนนใหญ่ได้ใช้เวลาร่วมครึ่งชั่วโมง เมื่อมาถึงสถานีรถไฟก็ถือว่าโชคดีของเราที่ไม่ต้องรอรถนานครับ นั่งรถไฟต่อไปจนถึงสถานียูนิเวอร์แซลเลย

เวลานัดหมายของคณะคือ 16.50 น. แต่ผมมาถึงที่ ยูนิเวอร์แซล ประมาณ 16.30 น. ครับ ยังพอมีเวลาเหลือ ไหน ๆ ก็ซื้อบัตรผ่านแล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้เลย ขอใช้สิทธิ์ก่อนดีกว่า จะได้รู้ว่าด้านในมันมีอะไรบ้าง

ด้านในมีเครื่องเล่นต่าง ๆ มากมาย และยังมีการตกแต่งให้เข้ากับฉากหนังเรื่องต่าง ๆ ครับ ผมมีเวลาเดินอยู่ที่นี่ไม่มากนัก พยายามเก็บรูปได้เท่าที่เก็บ เรื่องเครื่องเล่นคงไม่ต้องหวังที่จะได้เล่น เพราะคงไม่มีเวลาจะมาต่อคิวครับ ขอเดินเก็บบรรยากาศอย่างเดียวดีกว่า เมื่อใกล้ถึงเวลานัดหมาย ผมก็คงรีบจ้ำ ๆ เพื่อไม่ให้ทุกคนต้องรอครับ เสียดายที่เรามาถึงช้าไปหน่อย ไม่งั้นผมคงได้ใช้เวลาคุ้มค่ากับค่าบัตรที่เสียไปครับ

โปรแกรมสุดท้ายก่อนที่ผมจะอำลาเมืองญี่ปุ่นก็คือ ศูนย์การค้าอิออนครับ ที่นี่เป็นศูนย์รวมของสินค้ามากมายเลยทีเดียว ผมเองก็ได้ไปซื้อ Lucky box มากล่องหนึ่งครับ มูลค่า 10,000 เยน ของในกล่องที่ผมเลือกซื้อเป็นเสื้อผ้ากันหนาวครับ ในกล่องประกอบด้วยเสื้อกันหนาวสักกะหลาดที่ด้านในมีลักษณะเหมือนขน ๆ และมีเสื้อกันหนาวแขนยาวสีดำ 2 ตัว และมีเสื้อเชิ้ตอีก 1 ตัวครับ รวมทั้งหมด 4 ตัว ผมคิดว่าคุ้มค่าครับ เพราะเสื้อกันหนาวสักกะหลาด ก็น่าจะตก 2-3 พันบาทแล้ว Lucky box มีหลายยี่ห้อมาก ไม่ว่าจะเป็น crocodile , Hush Puppies , Polo และอื่น ๆ อีกเยอะเลยครับ

เราปิดทริปกันที่ห้างสรรพสินค้าอิออนแห่งนี้ เพื่อมุ่งหน้าสู่สนามบินคันไซ เมื่อไปถึงสนามบิน ผมพยายามที่จะยุบ Lucky box ลง เพื่อให้เหลือกระเป๋าน้อยที่สุด พยายามยัดเสื้อผ้าบาง ๆ รวมทั้งเสื้อกันหนาวที่ใส่อยู่ลงกระเป๋าเดินทาง แต่ก็ไม่สามารถ ก็เลยเอาเสื้อจาก Lucky box 3 ตัวหิ้วใส่ถุงกระดาษเล็ก ๆ สำหรับเสื้อกันหนาวสักกะหลาดตัวใหญ่สุด วางแผนว่า จะใส่ขึ้นเครื่องบิน เพื่อจะได้ไม่ต้องยัดลงกระเป๋าอีกแล้ว แต่แค่ระหว่างช่วงเวลา check in ผมเริ่มเหงื่อตกครับ คงไม่ไหวแน่ ถ้าจะใส่ในเมืองไทย เพราะขนาดอยู่ญี่ปุ่นหนาวกว่าเมืองไทยมาก ๆ เรายังเหงื่อตก ก็เลยต้องหาถุงกระดาษใหญ่มาใส่เสื้อกันหนาวตัวใหญ่อีกที สรุปแล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากการหิ้วกล่องกลับบ้านเลย เครื่องบินเราออกจากคันไซเวลา 00.30 น. กลับถึงเมืองไทยเวลา 04.30 น. ครับ

ทริปนี้ต้องขอบคุณ พี่จอห์น เป็นอย่างสูงที่ให้โอกาสผมได้มาสัมผัสประเทศญี่ปุ่นอย่างไม่คาดฝัน ขอบคุณพี่น้ำที่เรียกเสียงหัวเราะตลอดทริปการเดินทาง (คนอื่นเขา ยิ่งร้อนยิ่งเอ๋อ แต่พี่น้ำ ยิ่งหนาวยิ่งเอ๋อ อิอิ ล้อเล่นนะคร๊าบ) ขอบคุณพี่ก๊วย ที่ชวนไปไหนก็ไป ขอบคุณพี่แก้ว ที่ให้ผมหยิบยืมผ้าพันคอ ขอบคุณพี่ก้อนและพี่อ้อ ที่ช่วยถ่ายรูปให้ผม สุดท้าย ขอบใจน้องใหม่ที่มาอยู่เป็นเพื่อนอาบู้เกือบตลอดการเดินทาง ครับผม

<cke:embed allowscriptaccess="never" src="http://www.youtube.com/v/I_bN0dskJ9g?version=3;autoplay=1&rel=1" type="application/x-shockwave-flash" "="" allowfullscreen="true" width="640" height="0">



แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
  • phapoom
    chinnawat2

    ใครไปวัดอาคันกูจิ แล้วเจอหิมะเถือว่ามีบุญมากๆ

    จริงเหรอครับเนี่ย ผมยังนึกเสียดายอยู่ในใจที่ไม่ได้เห็นเงาสะท้อนของปราสาททองคำในน้ำ เพราะน้ำกลายเป็นน้ำแข็งซะหมดเลยนะครับ

    โพสเมื่อ 14 ธ.ค. 54 เวลา 08:35
  • chinnawat2

    ใครไปวัดอาคันกูจิ แล้วเจอหิมะเถือว่ามีบุญมากๆ

    โพสเมื่อ 14 ธ.ค. 54 เวลา 08:15
  • phapoom
    taenavy

    ไปมาเหมือนกัล..แต่รูปนี้สวยกว่าอะ.. ช่วยแนะนำผมด้วยนะครับ

    ขอบคุณครับผม ว่าแต่จะให้แนะนำเรื่องอะไรครับ

    โพสเมื่อ 15 ก.ค. 54 เวลา 10:38
  • taenavy

    ไปมาเหมือนกัล..แต่รูปนี้สวยกว่าอะ.. ช่วยแนะนำผมด้วยนะครับ

    โพสเมื่อ 15 ก.ค. 54 เวลา 10:19
  • taenavy

    ชอบชอบชอบ

    โพสเมื่อ 15 ก.ค. 54 เวลา 10:18
  • phapoom

    ขอบคุณที่ชอบครับผม ดีใจที่มีคนชม อิอิ เวลาเขียน ส่วนใหญ่ผมจะจดชื่อสถานที่ไว้ เพราะชื่อเรียกแต่ละที่ของแต่ละประเทศ จะจำค่อนข้างจำยาก เนื่องจากไม่ใช่ภาษาบ้านเรา ผมจะ list ในสมุดบันทึกไว้น่ะครับ ว่าที่ไหนชื่ออะไร ส่วนตำนาน บางทีก็ฟังจากที่ไกด์เล่า หรือถ้าอันไหนฟังไม่ทันก็หาจากเน็ตเอาน่ะครับ พอกลับมาถึงบ้านก็เรียงลำดับเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างนะครับ ส่วนการเล่าเรื่อง ก็เล่าตามที่ประสบมาครับ

    โพสเมื่อ 1 มิ.ย. 54 เวลา 21:27
  • maithaiiceland

    แวะมาเที่ยวญี่ปุ่นค่ะ สนุกมาก อ่านเรื่องราวชอบมาก มาก (ทำยังไงเราจะเขียนได้อย่างนี้บ้างน้า) ข้อมูลเรื่องราว เรื่องเล่า ครบรส ไม่ทราบว่าพี่เขียนไดอารี่ตอนที่เที่ยวเลยไหมค่ะ หรือมาเขียนหลังจบทริป เพราะอย่างตำนานเรื่องกินไข่อายุยืนเจ็ดปี เอย เรื่องอาหารการกินที่พี่กินกันแต่ล่ะวันเอ่ย พี่จำได้ยังไงค่ะ มีจดไวเแล้วมาเรียบเรียงหรือว่าเล่าสด แหะ แหะ แบบ

    โพสเมื่อ 1 มิ.ย. 54 เวลา 18:59
  • phapoom
    heart49

    น้ำรอบปราสาท คงเป็นน้ำแข็งไปหมด ใช่หรือเปล่าครับ หิมะตกสวยจัง

    น้ำรอบปราสาทเป็นน้ำแข็งหมดเลยครับ

    โพสเมื่อ 23 ม.ค. 54 เวลา 05:31
  • phapoom
    heart49

    ถ่ายควันนี่ ใช้เทคนิคอะไรเพิ่มไหมครับ

    ป่าวเลยครับ ควันเยอะเอง อิอิ

    โพสเมื่อ 23 ม.ค. 54 เวลา 05:30
  • phapoom
    heart49

    ภูเขาไฟฟูจิ อลังการมากเลยคับ

    ฟูจิ ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ตลอดเลยครับผม

    โพสเมื่อ 23 ม.ค. 54 เวลา 05:29
  • heart49

    น้ำรอบปราสาท คงเป็นน้ำแข็งไปหมด ใช่หรือเปล่าครับ หิมะตกสวยจัง

    โพสเมื่อ 22 ม.ค. 54 เวลา 21:11
  • heart49

    ถ่ายควันนี่ ใช้เทคนิคอะไรเพิ่มไหมครับ

    โพสเมื่อ 22 ม.ค. 54 เวลา 21:08
  • heart49

    ว๊าวๆๆๆๆ สวยงาม งามงด

    โพสเมื่อ 22 ม.ค. 54 เวลา 21:04
  • heart49

    ภูเขาไฟฟูจิ อลังการมากเลยคับ

    โพสเมื่อ 22 ม.ค. 54 เวลา 21:00
  • phapoom
    mrorchid

    ตะขอเอาไว้แขวนอะไรครับ หรือเอาไว้เจาะคางแขก เวลาชักดาบ

    ป๋าครับ เด๋วผู้รู้จะไปสังเกตการณ์ให้อีกทีนะครับ ว่าตะขอที่ป๋าถามน่ะ เขาเอาไว้ทำอะไร เด๋วจะกลับมาให้คำตอบครับ ผมฝากถามถึงปลาไม้ที่แขวนไว้ด้วยกันด้วย ว่ามีเพื่ออะไร

    โพสเมื่อ 20 ม.ค. 54 เวลา 20:03
  • phapoom
    noom25

    เป็นสิ่งที่ผมตอบไม่ได้จิงๆอ่ะคับ ไว้ไปสังเกตอีกทีนึงก่อนแล้วเดี๋ยวกลับมาหาคำตอบให้นะคับ
    ไม่เคยสังเกตเลยจิงๆ พับผ่าสิ 555

    มันเหมือนกับเป็นที่แขวนกาต้มน้ำหรือเปล่าก็ไม่รู้เนอะ ฝากถามอีกอันด้วยนะครับคุณหนุ่ม ไอ้ปลาไม้ที่แขวนอยู่ด้วยกันนั่นน่ะ มันเอาไว้ทำอะไร หรือเอาไว้ประดับเฉย ๆ

    โพสเมื่อ 20 ม.ค. 54 เวลา 20:01
  • noom25

    เป็นสิ่งที่ผมตอบไม่ได้จิงๆอ่ะคับ ไว้ไปสังเกตอีกทีนึงก่อนแล้วเดี๋ยวกลับมาหาคำตอบให้นะคับ
    ไม่เคยสังเกตเลยจิงๆ พับผ่าสิ 555

    โพสเมื่อ 20 ม.ค. 54 เวลา 10:52
  • phapoom
    mrorchid

    พระจะมีที่เงียบ ๆ สวดมนต์ไหมเนี่ย
    ขอบคุณครับป๋าที่พาเที่ยว คราวหน้าผมตามไปด้วย

    นั่นซิครับ ผมเองไม่เห็นพระเลยจริง ๆ ครับ

    ไว้แบ๊คแพ๊คไปกันดีกว่าครับป๋า อยากไปดูตอนซากุระบานนะครับ

    ขอบคุณป๋าที่เข้ามาเม้นท์ชมเช่นกันนะครับผม

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:35
  • phapoom
    mrorchid

    ใบไม้โกร๋นหมดเลย

    คงรอดอกซากุระบานนะครับ ช่วงนั้นคงสวยมาก ๆ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:34
  • phapoom
    mrorchid

    งามจริง ๆ ครับฝีมือสุดยอด

    ขอบคุณครับป๋า ภาพนี้ถ่ายมาแบบรวก ๆ เพราะไม่มีเวลาที่จะตั้งขากล้องเลยครับ (มืด+หิมะตก+หนาว+คนเยอะ+เวลาจำกัด) อยากถ่ายเพราะอยากจะเก็บบรรยากาศยามเย็นมาให้ชมน่ะครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:33
  • phapoom
    mrorchid

    น่าไปขูดทองมาขาย

    เอางั้นเลยเหรอครับป๋า ผมกลัวว่า ขืนป๋าไปขูดของเขา คงได้ไปใช้เงินในตารางแหง ๆ อิอิ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:31
  • phapoom
    mrorchid

    หิมะกำลังตกเลย ชอบบรรยากาศนี้มากสุดเลยครับ

    เสียดายที่มันตกหนักไปหน่อยน่ะครับ หิมะมันเลยบดบังปราสาทไปเยอะเลยครับ อีกอย่างหิมะตกเลยไม่มีโอกาสเห็นเงาสะท้อนของปราสาทในน้ำเลย เพราะน้ำมันเริ่มกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้วน่ะครับ จุดนี้แหล่ะครับ ที่ผมเคยไปเม้นท์เรื่องใบไม้ที่กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งบ้านป๋าน่ะ ผมเห็นแต่แบบนี้ แบบบ้านป๋าผมไม่ีมีโอกาสได้เห็นเลย จะเห็นอีกทีก็คือแม่คะนิ้งน่ะครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:30
  • phapoom
    mrorchid

    วัดสวยดี ดูพื้นลื่น ๆ น่ากลัวลื่นหัวแตก

    ต้องเดินระวังเลยครับ มันลื่น ๆ จากหิมะละลายนะครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:28
  • phapoom
    mrorchid

    ถ่ายมากี่พันรูปครับ

    ตรงปราสาทนี้ ถ่ายมาประมาณ 10 รูปครับ แต่ทั้งทริป ไม่ได้นับครับ อิอิ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:27
  • phapoom
    mrorchid

    สวยงามครับ

    ขอบคุณครับป๋า

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:27
  • phapoom
    mrorchid

    มีสองหลังแฝดเลย ดีจัง

    ใช้ effect สะท้อนผ่านกระจกครับผม

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:26
  • phapoom
    mrorchid

    ดำปี๋เลย

    ใช่ครับป๋า แปลกดีครับ แต่ไข่ไม่ยักมีกลิ่นกำมะถันนะครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:24
  • phapoom
    mrorchid

    ลองกินกำมะถันดูหรือปล่าวครับ

    กินแต่ไข่แช่กำมะถันนะครับ กำมะถันเพียว ๆ ไม่ได้กินครับ นี่ถ้าผมได้คุยกะป๋ามาก่อนที่ผมจะไป จะซื้อเอามาฝากป๋า ป๋าจะได้อายุยืน ๆ อิอิ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:22
  • phapoom
    mrorchid

    แสงงามยามเย็น

    ยิ่งเย็น อากาศยิ่งหนาวเอามาก ๆ เลยครับ มือ หู หน้า ชาไปหมด

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:18
  • phapoom
    mrorchid

    ไปเห็นแบบนี้ คงตื่นตาตื่นใจเลยนะครับ

    ใช่ครับ ผมว่าผมไปถูกช่วงเวลาจริง ๆ ครับ เพราะพระอาทิตย์กำลังตกดินเลย แล้วที่สำคัญ วันนั้นฟ้าใสมาก ๆ ครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:17
  • phapoom
    mrorchid

    งามจริง ๆ ครับ น่าจะระเบิดลงมาด้วย

    ขอธรรมดาแบบนี้ดีกว่าครับป๋า ขืนระเบิดลง คงตัวใครตัวมันล่ะครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:13
  • phapoom
    mrorchid

    โอกาสหน้า จับผมใส่เป้ไปด้วยนะครับ

    ตัวขนาดป๋า คงหาเป้ยากน่ะครับ เด๋วใส่กระสอบไปแทนน่าจะ work กว่า อิอิ ล้อเล่นนะคร๊าบป๋า ระดับป๋าน่ะ คงต้องไปแบบสง่าผ่าเผยแล้วครับ ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ หรอกครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:11
  • phapoom
    mrorchid

    น่าสนุกดีครับ ผมคงเล่นสักสิบรอบ

    ผมว่า สิบรอบคงไม่พอแน่ ๆ ครับป๋า ขนาดผมยังเล่นไป 5 รอบแล้ว ใจจริงอยากเล่นต่อ แต่เกรงใจพี่เขา เพราะเขาแบกเป้กล้องอันแสนหนักของผมอยู่น่ะครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:07
  • phapoom
    mrorchid

    ลูกป๋าหรือปล่าวครับ หน้าคล้าย ๆ กันเลย

    หน้าผม ออกจะไทยแท้ แต่เด็กน้อยคนนี้ ทั้งขาว ทั้งตี๋นะครับป๋า ผมว่า หน้าคล้ายป๋ามากกว่าน๊ะ ไปแอบไข่ที่ไหนไว้ป่าวเนี่ย อิอิ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:05
  • phapoom
    mrorchid

    เห็นแล้วหนาวแทน แต่อยากเล่นหิมะด้วย

    ดูแล้ว เด็ก ๆ ที่นี่สนุกจนลืมหนาวน่ะครับ เห็นเกือกกลิ้งบนหิมะกันหลายคนเลย รวมทั้งผมด้วย อิอิ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 21:04
  • phapoom
    mrorchid

    ตะขอเอาไว้แขวนอะไรครับ หรือเอาไว้เจาะคางแขก เวลาชักดาบ

    เอาไว้เจาะคางคนถามครับ อิอิ ล้อเล่นนะครับป๋า อันนี้ผมไม่รู้จริง ๆ เด๋วไปถามผู้รู้ให้ครับผม

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:58
  • phapoom
    mrorchid

    งามมากครับ วัดนี้คนไม่เยอะเท่าไหร่นะครับ

    จริง ๆ วัดนี้คนค่อนข้างเยอะครับ แต่บริเวณจุดนี้ ผมแทบไม่เห็นมีคนมาเดินเลย ส่วนใหญ่เขาไหว้พระที่วิหาร แล้วก็เดินชอปปิ้งกันแล้วครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:52
  • phapoom
    mrorchid

    มีข้อมูลเชิงลึกประกอบดีจริง ๆ ครับ

    จากคำบอกเล่าของไกด์น่ะครับ อันไหนจำไม่ได้ก็ search ข้อมูลมาเล่าให้ฟังครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:50
  • phapoom
    mrorchid

    แสงสีตระการตาเลยครับ

    ย่านชินจุกุ จะตระการตากว่านี้อีกครับป๋า

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:48
  • phapoom
    mrorchid

    บล๊อคเดียวกันเลยแฮะ

    3 ใบเถา อิอิ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:46
  • phapoom
    mrorchid

    ไปหน้าหนาว ได้ฟ้าสวย ๆ แบบนี้ เจ๋งเลยครับ

    ช่วงทีไ่ป ฟ้าใสอยู่ 3 วันเองครับ ทั้งแดดแรงทั้งหนาว ดำไม่รู้ตัวเลยครับผม

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:45
  • phapoom
    mrorchid

    อ่านเพลินเลยป๋า ยังกะไปอยู่ญี่ปุ่นมา 1 ปีเต็ม

    ขอบคุณครับป๋า ที่อุตส่าห์สละเวลามานั่งอ่านครับ : )

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:43
  • phapoom
    kongvoi

    งามมากครับ

    ขอบคุณครับผม

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:43
  • phapoom
    nomkapine

    คนเป็นล้านเลย

    คงเป็นช่วงวันปีใหม่ของเขาด้วยครับ คนเลยเยอะมาก เยอะจริง ๆ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:42
  • phapoom
    nomkapine

    นี่ก็งามมมม

    ขอบคุณครับกะปอม

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:42
  • phapoom
    nomkapine

    สวยมากกกกกก

    ที่นี่ คนเยอะมากกกก เยอะจน มากจนต้องไหลไปตาม ๆ กันเลย หามุมถ่ายยากมากด้วย

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:42
  • phapoom
    nomkapine

    น่ารักมากกกกกกกก

    เด็ก ๆ ที่นี่น่ารักกันทุกคนเลยครับ แล้วแต่ละคนเนี่ย ใส่ชุดเท่ห์สุด ๆ เลย

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:38
  • phapoom
    nomkapine

    ฟ้าใสแฮะ

    ฟ้าใสประมาณ 3 วัน อีก 2 วันฟ้าเน่า เพราะหิมะตกครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:37
  • mrorchid

    พระจะมีที่เงียบ ๆ สวดมนต์ไหมเนี่ย
    ขอบคุณครับป๋าที่พาเที่ยว คราวหน้าผมตามไปด้วย

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:32
  • mrorchid

    ใบไม้โกร๋นหมดเลย

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:31
  • mrorchid

    ภาพนี้ก็สวยครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:31
  • mrorchid

    งามจริง ๆ ครับฝีมือสุดยอด

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:30
  • mrorchid

    น่าไปขูดทองมาขาย

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:30
  • mrorchid

    หิมะกำลังตกเลย ชอบบรรยากาศนี้มากสุดเลยครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:29
  • mrorchid

    วัดสวยดี ดูพื้นลื่น ๆ น่ากลัวลื่นหัวแตก

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:29
  • mrorchid

    ถ่ายมากี่พันรูปครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:28
  • mrorchid

    นี่ก็งาม

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:28
  • mrorchid

    สวยงามครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:28
  • mrorchid

    มีสองหลังแฝดเลย ดีจัง

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:28
  • mrorchid

    ดำปี๋เลย

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:27
  • mrorchid

    ลองกินกำมะถันดูหรือปล่าวครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:27
  • mrorchid

    แสงงามยามเย็น

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:26
  • mrorchid

    ไปเห็นแบบนี้ คงตื่นตาตื่นใจเลยนะครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:26
  • mrorchid

    งามจริง ๆ ครับ น่าจะระเบิดลงมาด้วย

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:25
  • mrorchid

    โอกาสหน้า จับผมใส่เป้ไปด้วยนะครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:25
  • mrorchid

    น่าสนุกดีครับ ผมคงเล่นสักสิบรอบ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:24
  • mrorchid

    ลูกป๋าหรือปล่าวครับ หน้าคล้าย ๆ กันเลย

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:23
  • mrorchid

    เห็นแล้วหนาวแทน แต่อยากเล่นหิมะด้วย

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:23
  • mrorchid

    ตะขอเอาไว้แขวนอะไรครับ หรือเอาไว้เจาะคางแขก เวลาชักดาบ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:23
  • mrorchid

    สะอาดเรียบร้อยดีนะครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:22
  • mrorchid

    งามมากครับ วัดนี้คนไม่เยอะเท่าไหร่นะครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:21
  • mrorchid

    มีข้อมูลเชิงลึกประกอบดีจริง ๆ ครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:21
  • mrorchid

    แสงสีตระการตาเลยครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:20
  • mrorchid

    บล๊อคเดียวกันเลยแฮะ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:19
  • mrorchid

    ไปหน้าหนาว ได้ฟ้าสวย ๆ แบบนี้ เจ๋งเลยครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:19
  • mrorchid

    อ่านเพลินเลยป๋า ยังกะไปอยู่ญี่ปุ่นมา 1 ปีเต็ม

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 20:18
  • kongvoi

    งามมากครับ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 09:31
  • nomkapine

    คนเป็นล้านเลย

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 09:22
  • nomkapine

    นี่ก็งามมมม

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 09:22
  • nomkapine

    สวยมากกกกกก

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 09:20
  • nomkapine

    น่ารักมากกกกกกกก

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 09:17
  • nomkapine

    ฟ้าใสแฮะ

    โพสเมื่อ 19 ม.ค. 54 เวลา 09:16
  • phapoom
    cakeio

    สวดยวด..อยากเห็นหิมะจังเลย

    นึกว่าทริปนี้จะพลาดซะแล้ว ได้เห็นหิมะตกอยู่ 2 วัน

    โพสเมื่อ 18 ม.ค. 54 เวลา 22:23
  • phapoom
    cakeio

    สวยๆทั้งนั้นเลย..ชอบๆ

    ขอบคุณครับผม

    โพสเมื่อ 18 ม.ค. 54 เวลา 22:22
  • cakeio

    งามแหละ

    โพสเมื่อ 18 ม.ค. 54 เวลา 22:16
  • cakeio

    สวดยวด..อยากเห็นหิมะจังเลย

    โพสเมื่อ 18 ม.ค. 54 เวลา 22:16
  • cakeio

    งามมากๆ

    โพสเมื่อ 18 ม.ค. 54 เวลา 22:16
  • cakeio

    สวยๆทั้งนั้นเลย..ชอบๆ

    โพสเมื่อ 18 ม.ค. 54 เวลา 22:15
  • phapoom
    warahemato

    ผมว่าแบบนี้แหละสวยสุดแล้วพี่ ชอบมาก ๆ เลย

    แต่ถ้าหิมะมันตกน้อยกว่านี้ก็จะดีนะครับ ภาพนี้เหมือนมีน๊อยซ์เป็นหิมะเลยง่ะครับ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 09:24
  • warahemato
    phapoom

    ตอนแรก ไกด์บอกว่า โชคดีที่ได้เห็นหิมะตกที่ประสาททอง เพราะเขาเคยเห็นแต่ในภาพถ่าย ไม่คิดว่าจะได้เห็นแบบนี้ แต่พี่คิดว่า หิมะมันตกเยอะเกิน จนแทบไม่เห็นรายละเอียดของต้นไม้เลย ถ้าได้ต้นไม้เขียว ๆ แล้วมีหิมะมาแซมนิดหน่อย น่าจะ work กว่านี้ง่ะครับ

    ผมว่าแบบนี้แหละสวยสุดแล้วพี่ ชอบมาก ๆ เลย

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 09:20
  • phapoom
    warahemato

    ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าถ้าอธิษฐานอะไรจากวัดนี้แล้วกระโดดลงไป ถ้ารอดได้จะสำเร็จนะครับ อิอิ

    อ้าว จริงเหรอ เด๋วถ้าได้มีโอกาสไปคราวหน้า จะลองอธิฐานดูบ้างดีกว่า

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 09:05
  • phapoom
    warahemato

    นี่ก็สวยครับ

    ช่วงนี้แสงแทบไม่มีแล้วครับ อาศัยดัน ISO ไว้ก่อน แถมไม่ได้ตั้งขาด้วย เพราะคนค่อนข้างเยอะ แถมไม่มีเวลามากพอด้วย เลยใช้มือซะงั้น

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 09:04
  • phapoom
    warahemato

    สวยกว่าบ้านอื่นที่เคยเห็น ( เพราะไม่เคยเห็นบรรกาศแบบนี้ )

    ตอนแรก ไกด์บอกว่า โชคดีที่ได้เห็นหิมะตกที่ประสาททอง เพราะเขาเคยเห็นแต่ในภาพถ่าย ไม่คิดว่าจะได้เห็นแบบนี้ แต่พี่คิดว่า หิมะมันตกเยอะเกิน จนแทบไม่เห็นรายละเอียดของต้นไม้เลย ถ้าได้ต้นไม้เขียว ๆ แล้วมีหิมะมาแซมนิดหน่อย น่าจะ work กว่านี้ง่ะครับ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 09:04
  • phapoom
    warahemato

    เหมือนแสงสีที่รัชดามั้ยครับ อิอิ

    เอ แสงสีรัชดาเป็นยังไงง่ะ พี่ไม่เคยไปซะที วันหลังพาพี่ไปหน่อยซิ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 09:01
  • phapoom
    warahemato

    อะไรแดง ๆ นั่น เมฆสวยจริง

    มีเมฆประปรายครับผม ฟ้าค่อนข้างใสมาก ๆ เลยครับ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 08:59
  • phapoom
    warahemato

    แสงบนยอดสวยมาก

    ช่วงแสงสีทองกำลังออกครับผม เสียดายมันออกไกลจากยอดฟูจิไปเยอะเหมือนกัน

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 08:58
  • phapoom
    warahemato

    สวยมากมายครับ พี่เอกไม่ลองเอาหิมะมากลบแบบตามชายหาดล่ะครับ อิอิ

    เด๋วไว้รอไปเล่นกับหมอตั้มดีกว่า จะได้ช่วยตักหิมะมากลบพี่ อิอิ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 08:56
  • phapoom
    warahemato

    ฟ้าใสมากจนผมอิจฉา ช่วงนี้ผมหาฟ้าใส ๆ ยากจริง

    เมืองไทยช่วงนี้หาฟ้าเปิดยากเหมือนกันนะครับ มีฝนหลงฤดูเฉยเลย

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 08:53
  • phapoom
    warahemato

    เป็นภาพที่วิเศษมากครับ

    ชมซะ...

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 08:53
  • phapoom
    rat007

    ฟุ้งๆ สวยมากๆ คมๆ ก็เฉยๆ นะ เนี่ยกำลังงามเลยพี่

    ขอบคุณครับสอง นี่ถ้าเป็นช่วงซากุระบาน คงสวยกว่านี้เนอะ คิดแล้วก็อยากไปอีก

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 08:53
  • phapoom
    rat007

    อยากแก้ผ้ากลางหิมะ คริคริ

    ขนาดนั้นเลยเหรอครับสอง ไม่กลัวหิมะกัดเอาเหรอ นี่ถ้าสองลงไปนอนแก้ผ้า สีผิวคงจะตัดกับสีหิมะมาก ๆ เลยเนอะ อิอิ ไม่อยากนึกภาพเลย

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 08:52
  • phapoom
    rat007

    มุมมองดีๆ

    ขอบคุณครับสอง

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 08:50
  • phapoom
    rat007

    โอยยยยยย ตายๆๆๆๆ

    เป็นอารายยยย

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 08:50
  • phapoom
    rat007

    ฟ้าสวย ปราสาทเด่นมากๆ

    เป็นเช้าเดียวตลอดทั้ง 4 วัน ที่ได้เห็นแสงเช้าแบบนี้ครับ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 08:50
  • warahemato

    ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าถ้าอธิษฐานอะไรจากวัดนี้แล้วกระโดดลงไป ถ้ารอดได้จะสำเร็จนะครับ อิอิ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:39
  • warahemato

    นี่ก็สวยครับ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:38
  • warahemato

    สวยกว่าบ้านอื่นที่เคยเห็น ( เพราะไม่เคยเห็นบรรกาศแบบนี้ )

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:38
  • warahemato

    งามมาก

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:37
  • warahemato

    เหมือนแสงสีที่รัชดามั้ยครับ อิอิ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:37
  • warahemato

    อะไรแดง ๆ นั่น เมฆสวยจริง

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:36
  • warahemato

    แสงบนยอดสวยมาก

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:36
  • warahemato

    ที่สุดของแจ้

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:36
  • warahemato

    สวยมากมายครับ พี่เอกไม่ลองเอาหิมะมากลบแบบตามชายหาดล่ะครับ อิอิ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:35
  • warahemato

    แจ่มมาก ๆ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:34
  • warahemato

    งามจริง ๆ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:34
  • warahemato

    กว้างสวยมากครับ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:34
  • warahemato

    ฟ้าใสมากจนผมอิจฉา ช่วงนี้ผมหาฟ้าใส ๆ ยากจริง

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:33
  • warahemato

    เป็นภาพที่วิเศษมากครับ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:32
  • rat007

    ฟุ้งๆ สวยมากๆ คมๆ ก็เฉยๆ นะ เนี่ยกำลังงามเลยพี่

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:27
  • rat007

    อยากแก้ผ้ากลางหิมะ คริคริ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:27
  • rat007

    มุมมองดีๆ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:27
  • rat007

    โอยยยยยย ตายๆๆๆๆ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:26
  • rat007

    ฟ้าสวย ปราสาทเด่นมากๆ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 03:26
  • phapoom
    mmoktp

    คนเที่ยวเยอะมาก

    คงเป็นช่วงวันปีใหม่ด้วยน่ะครับ คนเลยเยอะมาก ๆ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:31
  • phapoom
    mmoktp

    มุมสวยเลย ว่่าแต่รูปใหญ่ ทำไมเป็นรูปเด็กๆล่ะลุง

    สงสัยผมจะเบลอ แก้ไขแล้วครับ ขอบคุณที่แจ้งครับผม

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:30
  • phapoom
    mmoktp

    มุมนี้สวยๆ

    ขอบคุณครับผม

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:30
  • phapoom
    mmoktp

    หนาวขนาดไหนนะเนี่ย อาบน้ำกันไหวไหมนิ

    อาบน้ำอุ่นซิครับลุง อิอิ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:30
  • phapoom
    mmoktp

    แสงงามมาก

    เอา picture style ที่ลุงให้มา เอามาใช้นี่แหล่ะครับ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:29
  • phapoom
    mmoktp

    โห มีการเล่นแฝดจากกระจกด้วย ลูกเ่ล่นแพรวพราว

    นิดหน่อย อิอิ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:29
  • phapoom
    mmoktp

    งามเน๊อะ

    ทั้งงาม ทั้งหนาวเลยครับลุง ยิ่งมืดยิ่งหนาว

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:28
  • phapoom
    mmoktp

    แสงแดดเหรอลุง สวยดี

    แสงแดดยามพระอาทิตย์ใกล้จะตกครับลุง

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:28
  • phapoom
    mmoktp

    อื่ม สวยๆรูปนี้

    ผมว่า เมฆมันเด้งดีนะครับ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:27
  • phapoom
    mmoktp

    หน้าตาบ่งบอกสัญชาติมาก

    เด็กที่นี่ผิวขาว แก้มแดงกันทุกคนเลยครับ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:26
  • phapoom
    mmoktp

    ฟ้างาม ใสกิ๊กเลย

    ฟ้าสองสี อิอิ ทำไมตอนไปใช้ CPL ที่วัดพระธาตุดอนเต้า มันไม่แบ่งสีแบบนี้ก็ไม่รู้

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:26
  • phapoom
    mmoktp

    ถ่ายรูปเก่งขึ้นทุกวันนะลุง

    ชมกันเกินไปแหล่ะลุง

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:25
  • phapoom
    mmoktp

    ชอบกิ่งไม้ด้านบนรูปอ่ะ สวยดี

    ขอบคุณครับลุง รูปนี้ถ้าทำ HDR เป็น น่าจะแจ่มกว่านี้เนอะครับ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:24
  • phapoom
    mmoktp

    หน้าปกสวยเหมือนเดิม

    ขอบคุณคร๊าบลุง

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 01:23
  • mmoktp

    คนเที่ยวเยอะมาก

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:57
  • mmoktp

    มุมสวยเลย ว่่าแต่รูปใหญ่ ทำไมเป็นรูปเด็กๆล่ะลุง

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:56
  • mmoktp

    มุมนี้สวยๆ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:56
  • mmoktp

    หนาวขนาดไหนนะเนี่ย อาบน้ำกันไหวไหมนิ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:55
  • mmoktp

    โทนนี้ก็สวย

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:54
  • mmoktp

    แสงงามมาก

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:54
  • mmoktp

    โห มีการเล่นแฝดจากกระจกด้วย ลูกเ่ล่นแพรวพราว

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:54
  • mmoktp

    น่ารักจัง

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:53
  • mmoktp

    งามเน๊อะ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:53
  • mmoktp

    แสงแดดเหรอลุง สวยดี

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:52
  • mmoktp

    อื่ม สวยๆรูปนี้

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:52
  • mmoktp

    น่ารักจัง

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:51
  • mmoktp

    หน้าตาบ่งบอกสัญชาติมาก

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:51
  • mmoktp

    น่ารักๆ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:50
  • mmoktp

    สวยมั๊ก

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:49
  • mmoktp

    ฟ้างาม ใสกิ๊กเลย

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:48
  • mmoktp

    ถ่ายรูปเก่งขึ้นทุกวันนะลุง

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:38
  • mmoktp

    เด็กๆทำไรก็น่ารักเน๊อะ

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:38
  • mmoktp

    ชอบกิ่งไม้ด้านบนรูปอ่ะ สวยดี

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:37
  • mmoktp

    หน้าปกสวยเหมือนเดิม

    โพสเมื่อ 14 ม.ค. 54 เวลา 00:37
  • phapoom
    golunu69

    อยากเห็นแบบนี้จังเลยยยย

    ถ้าไม่หนีกลับเมืองไทยช่วงปีใหม่ ก็คงได้เห็นแหล่ะ อิอิ

    โพสเมื่อ 12 ม.ค. 54 เวลา 06:00
  • phapoom
    golunu69

    สวยมากเลยครับ

    ขอบคุณครับก้อง

    โพสเมื่อ 12 ม.ค. 54 เวลา 06:00
  • golunu69

    อยากเห็นแบบนี้จังเลยยยย

    โพสเมื่อ 12 ม.ค. 54 เวลา 05:10
  • golunu69

    งามมากๆเลยครับ

    โพสเมื่อ 12 ม.ค. 54 เวลา 05:09
  • golunu69

    สวยอีกแล้วครับ

    โพสเมื่อ 12 ม.ค. 54 เวลา 05:07
  • golunu69

    น่ารักมากๆๆ

    โพสเมื่อ 12 ม.ค. 54 เวลา 05:06
  • golunu69

    ว้าววว

    โพสเมื่อ 12 ม.ค. 54 เวลา 05:03
  • golunu69

    สวยมากเลยครับ

    โพสเมื่อ 12 ม.ค. 54 เวลา 05:03
  • phapoom
    romancemick

    อยากไปเหยียบหิมะแบบนี้บ้างอ่ะ T_T

    หิมะที่ตกใหม่ ๆ เวลาย่ำไปแล้ว นุ่มเท้ามาก ๆ เลยครับ (ไม่รู้ว่ายั่วขึ้นหรือเปล่า) อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 06:41
  • romancemick

    อยากไปเหยียบหิมะแบบนี้บ้างอ่ะ T_T

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 06:29
  • phapoom
    mayom

    มันมี 2 กรณี ยกตัวอย่างของผมนะ ผมใช้ฟูลเฟรม ถ้าใส่โพรเท๊กซ์เลนส์ และใส่ PL อีกที
    มันจะติดขอบครับ

    แต่กรณีนี้ คิดว่าคุณภาพของ Pl มากกว่านะ ผมลงทุนซื้อของแพงไปเลยครับ จริงๆอยากได้ B/W แต่ตอนนั้นของหมด
    เลยซื้อของแคนนอนมาใช้ เสียดายว่ามันปิดฝาไม่ได้นี่ซิ

    ลองเช็คคุณภาพ PL ก่อนละกัน ถ้าเป้นเกือบทุกรูป
    ผมเดาเอานะ

    อ้อ...อีกนิด อย่าไปบ้าพลัง หมุน PL จนเข้มเกินละครับ ภาพเสียหมด
    หมุนพอประมาณก็พอ

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับผม ตอนนี้ผมใช้ของ HOYA Slim อยู่น่ะครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 05:26
  • mayom
    phapoom

    นั่นซิครับ ผมเจอแบบนี้บ่อยมากเมื่อใช้กับเลนส์ไวด์ มีวิธีแก้ไขไหมครับ

    มันมี 2 กรณี ยกตัวอย่างของผมนะ ผมใช้ฟูลเฟรม ถ้าใส่โพรเท๊กซ์เลนส์ และใส่ PL อีกที
    มันจะติดขอบครับ

    แต่กรณีนี้ คิดว่าคุณภาพของ Pl มากกว่านะ ผมลงทุนซื้อของแพงไปเลยครับ จริงๆอยากได้ B/W แต่ตอนนั้นของหมด
    เลยซื้อของแคนนอนมาใช้ เสียดายว่ามันปิดฝาไม่ได้นี่ซิ

    ลองเช็คคุณภาพ PL ก่อนละกัน ถ้าเป้นเกือบทุกรูป
    ผมเดาเอานะ

    อ้อ...อีกนิด อย่าไปบ้าพลัง หมุน PL จนเข้มเกินละครับ ภาพเสียหมด
    หมุนพอประมาณก็พอ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 04:49
  • phapoom
    semontar

    ท่านโชกุนอยู่ที่นี้เปล่า

    คงไม่ได้อยู่แล้วล่ะครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:19
  • phapoom
    semontar

    ได้อารมณ์ดีจัง

    อารมณ์หิวใช่ป่ะ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:18
  • phapoom
    semontar

    น่ารักเชียว ร๊ก ฮ๊ก ซิ้ว

    อืม ช่างคิดเนอะ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:18
  • phapoom
    voradech

    เป็นทองคำแท้ทั้งตำหนักเลย......สวยๆ

    ต้องยอมรับว่า สวยจริง ๆ ครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:17
  • phapoom
    voradech

    กินไข่ดำกี่ลูกพี่ ตอนผมไปกินไป 3 ....

    ลูกเดียวเองครับผม กินเยอะกลัวอายุยืน อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:17
  • phapoom
    voradech

    ฟ้างามมากครับภาพนี้ชอบๆ

    ภาพนี้ใช้ picture style แบบ twilight เข้าช่วยครับผม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:17
  • phapoom
    mayom

    ว๊าววววว ถ่ายหิมะได้เป้นหิมะจริงๆแฮะ เจอตึกสีเหลืองเข้าไป ตายไปเลย

    หิมะตกหนักมากครับ ถ่ายยังไงก็คงติดหิมะแหล่ะ อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:16
  • phapoom
    mayom

    จัดแนวตั้งน่าจะสวยกว่านะ แนวขวางต้นไม้ขวามือดึงสายตาไปเยอะเชียว

    รับทราบครับผม ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:16
  • phapoom
    mayom

    เจ๋งเป๋งเลยรูปนี้ โชคดีมากนะครับที่เจอฟ้าโอเค หลานผมไป เจอแต่ฟ้าปิด

    ช่วงหลังจากวันนี้ ผมก็เจอฟ้าปิดเกือบตลอดเหมือนกันครับ เจอพิษหิมะเข้าให้

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:15
  • phapoom
    mayom

    ว๊าววว อยากเล่นเป้นมั่งจัง แค่ใส่สกีเดินยังยากเลย

    เล่นเลื่อนกระดานแบบเด็ก ๆ ก็สนุกนะครับ สนุกมาก ๆ เลยด้วย

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:15
  • phapoom
    mayom

    น่ารักจังภาพนี้ มายืนยันครับว่า คนญี่ปุ่นค่อนข้างสุภาพและอัธยาศัยดีมากทีเดียว //เอาเท้าเขี่ยๆพวกเกาหลี

    เห็นด้วยครับ คนญี่ปุ่นมารยาทดีมาก ๆ กว่าจะลาจากกันได้เนี่ย ต่างคนต่างโค้ง ผมนับไม่ถ้วนเลยว่าเขาโค้งให้กันกี่รอบ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:14
  • phapoom
    mayom

    รูปนี้ได้บรรยากาศญี่ปุ่นดีมากๆ

    ขอบคุณครับผม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:13
  • phapoom
    mayom

    เจอฤทธิ์ PL เข้าไปหรือนั่น
    แบ่งซีกเชียว

    นั่นซิครับ ผมเจอแบบนี้บ่อยมากเมื่อใช้กับเลนส์ไวด์ มีวิธีแก้ไขไหมครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:13
  • phapoom
    mayom

    หน้าเหมือนมิกกี้เมาท์แล้วมั่งเนี่ย

    ที่คาดผมแบบนี้ในดิสนีย์แลนด์ ขายดีมาก ๆ เลยครับ แต่ก็แพงมาก ๆ เช่นกันครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:12
  • phapoom
    mayom

    มุนสวยทีเดียว

    ขอบคุณครับคุณมะยม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:11
  • phapoom
    fernja

    คนเยอะมากกกกกกกกก

    เยอะมากกกกก จริง ๆ ครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:10
  • phapoom
    fernja

    คิโยมิสึตอนกลางคืนจางามมากกกก
    แต่เฟิร์นว่าสีรูปนี้มานแปลกๆง่า

    รูปนี้ใช้ picture style เป็น twilight นะครับ แถมฟ้ามันปิดด้วย เพราะหิมะตก มันเลยดูแปลก ๆ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 03:09
  • phapoom
    fernja

    ได้ลอดเสามั้ยคะ

    ไม่กล้าลอดง่ะ กลัวลอดเข้าไปแล้วจะติด จะเดินหน้าก็ไปไม่ได้ จะถอยหลังก็ถอยไม่ออก กลัวไม่มีใครช่วยดึงออกง่ะ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:55
  • phapoom
    fernja

    ยิ่งถ้าซากุระบานอีกนะ ยิ่งจ๋วยเรยยยยยยยยยย

    นั่นซิ ถ้าจะไปล้างตา คงไปช่วงซากุระนี่แหล่ะ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:54
  • phapoom
    fernja

    กิ๊ดดดดดดดดดด
    ทำได้งายยยยยยยยย

    พยายามหามุมให้มันสะท้อนกับเงาของกระจกโรงแรมง่ะครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:53
  • phapoom
    fernja

    กินไข่ดำ เย้ๆๆๆๆ

    เฟิร์นได้กินป่าวครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:51
  • phapoom
    fernja

    ฟ้าโปร่ง เลยเห็นอะไรเยอะเรยเนอะ
    เฟิร์นชวดไปหลายอย่างเรย อยากไปซ่อม แง๊ๆๆๆๆ

    ไปเลย ๆ เชียร์ ๆให้เสียตังค์ อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:51
  • phapoom
    fernja

    งามมั๊กกก
    อย่างกะภูเขาไฟกะลังจะประทุ

    ได้แสงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังตกมาช่วยนะครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:51
  • phapoom
    fernja

    น่าร้ากกกกก ชอบๆๆ เด็กญี่ปุ่งแก้มแดงเป็นแถบๆเรย

    แต่ละคน แก้มเป่ง ๆ ทั้งน๊าน

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:50
  • phapoom
    fernja

    แสงอุ่นๆเนอะ
    ไฮโซอ่า มีคนขับรถด้วย

    อิอิ นิดหน่อยครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:50
  • phapoom
    fernja

    อันนี้ของใหม่หมด ตอนไปยังไม่เปิดให้เข้าเรย ฮือออออ

    สงสัยเฟิร์นต้องไปซ่อมอีกสักรอบจริง ๆ แล้วล่ะ อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:49
  • phapoom
    fernja

    เอ แปลกจัง ทำไมคนน้อย

    พี่มาถึงค่อนข้างเช้าครับ แต่เผลอแ๊ป๊บเดียว คนตรึม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:49
  • phapoom
    fernja

    น่าร้ากกกกกกกกก
    พี่เอกได้ซื้อลีโล่วมาใส่มั้ยคะ ตามเทรน

    ลีโล่ว นี่ มันคืออะไรหว่า อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:48
  • phapoom
    fernja

    มุมนี้ทำไมไม่เคยเห็นเร้ยยยยยยย สวยๆๆๆๆ

    อยู่ข้าง ๆ วิหารหลักน่ะ อยู่ด้านหลังเจดีย์สามชั้นด้วย

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:47
  • phapoom
    fernja

    อ๊ากกกกก อยากเล่นนน

    เห็นเขาเล่นก็อยากเล่นเหมือนกันครับ แต่กลัวว่า ขาหักแล้วจะไม่คุ้ม อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:47
  • phapoom
    pbgallery

    พ่อน่ารัก

    ซะงั้น

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:45
  • phapoom
    noomplayboy

    หิมะตกด้วยเหรอครับ เจ๋งไปเลย

    ตกหนักเลยครับ ทำให้การเที่ยวจุดนี้ทุลักทุเลสุด ๆ ต้องเบียดเสียดกับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แถมแต่ละคนถือร่มกันอีก ต้องคอยหลบร่มด้วย

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:45
  • phapoom
    noomplayboy

    เล่นเงา แจ่มเลยครับ

    ขอบคุณครับหนุ่ม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:42
  • phapoom
    noomplayboy

    แอบมีแสงส้มๆด้วยแฮ๊ะ อยากไปๆๆ

    ใช้ picture style เป็น twilight นะครับ เลยได้ทั้งม่วง ทั้งส้ม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:42
  • phapoom
    noomplayboy

    อากาศหนาวมากมั้ยครับ

    ตอนไปถึง ถือว่าหนาวเลยครับ เพราะคงปรับตัวไม่ทัน แต่พออยู่ไปนาน ๆ ชักเริ่มชินครับ ตอนติดลบ ก็รู้สึกไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ เพราะเหมือนร่างกายปรับตัวได้แล้ว

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:40
  • phapoom
    ninkzaa

    อัลบั้มนี้ โดนใจ มาก ๆ เลยครับ

    ขอบคุณที่ติดตามผลงานผมมาตลอดนะครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:39
  • phapoom
    ninkzaa

    มุมสวยตลอดเลย ..

    ขอบคุณมากครับนิ้ง

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:39
  • phapoom
    ninkzaa

    อย่างกับรูป IR สวยงาม ..

    : )

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:38
  • phapoom
    ninkzaa

    โหยยยย หิมะ ตก สวยมาก ๆ เลยครับน้า ...

    ผมว่า ตอนที่มันตกก็มีทั้งดีและไม่ดีนะครับ ดีตรงที่ว่า ได้ต้นไม้สีขาว ๆ ไม่ดีตรงที่ว่า บ่อน้ำข้างหน้า น้ำแข็งหมด ไม่เห็นเงาสะท้อนของตัวปราสาท แถมหิมะที่ตกมา มันมาบดบังปราสาททองซะหมดเลยครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:37
  • phapoom
    ninkzaa

    ถ่ายตอนประมาณกี่โมงครับ ชอบบรรยากาศ มาก ๆ เลย

    ประมาณ 6 โมงเช้าครับผม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:36
  • phapoom
    ninkzaa

    ทำไม ไข่ถึงสีดำ อ่ะครับ ..แปลก ๆ ดี

    น้ำที่ใช้ต้ม มันเป็นน้ำแร่กำมะถันนะครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:35
  • phapoom
    ninkzaa

    ใบนี้ก็ชอบ สวยงาม ...

    ขอบคุณครับผม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:35
  • phapoom
    ninkzaa

    เห็นแล้ว อยากเล่นสกี บ้างงงง อยากไปนอนเกลือก หิมะ บ้างงงง

    ผมเห็นแต่เด็กที่นี่กลิ้งเกลือกอยู่นะครับ แต่ไม่ยักเห็นผู้ใหญ่เกลือกกลิ้ง อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:34
  • phapoom
    ninkzaa

    น่าไปนั่ง บ้างงงง ...

    เจ้าของร้านนิสัยดีด้วยครับ แถมมีต้นวาซาบิปลูกไว้โชว์นักท่องเที่ยวด้วย

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:34
  • phapoom
    ninkzaa

    มุมสวยมากครับ มุมนี้ ...

    ขอบคุณครับผม :)

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:32
  • phapoom
    ninkzaa

    ท้องฟ้าโล่งสวยจริง ๆ เลย

    โล่ง ช่วงวันสองวันแรกที่ไปเท่านั้นครับ หลังจากนั้น ค่อนข้างเน่า ถึงเน่าสนิท

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:32
  • phapoom
    ninkzaa

    น่ารักทั้งสามนู๋น้อยเลย ^^

    ถ้าิ้นิ้งไป ดีไม่ดี สงสัยได้ถ่ายแต่เด็ก ๆ แหงเลยครับ เพราะเด็กที่นี่หน้าตาน่ารักมาก ผมเองขี้เกียจที่จะรอต่อคิวเล่นเครื่องสนุก เลยหันมาถ่ายภาพเด็ก ๆ กับบรรยากาศด้านในแทนซะเลย

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:31
  • phapoom
    katingthai

    สวยครับ ที่นี่ผมเก็บภาพไม่ได้เลยไปตอนตะวันตกดินแล้ว

    วันแรกผมก็มาถึงตอนมืดแล้วเหมือนกันครับ เลยต้องมาล้างตาที่นี่อีกวัน ต้องลงทุนนั่งรถไฟจากโอซาก้ามาที่วัดนี้ เดินทางก็ ไป-กลับ ประมาณ 2 ชม เหมือนกันครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:30
  • phapoom
    katingthai

    มุมนี้ก็สวยอีก ผมไม่ได้ไปครับที่นี่

    ปราสาทที่นี่ใหญ่โตจริง ๆ ครับผม จากจุดจอดรถ เดินมาถึงตัวปราสาทค่อนข้างไกลมาก ผมโชคร้าย วันนั้นเขาหยุดให้บริการรถรางน่ะครับ เลยต้องเดินเอา

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:29
  • phapoom
    katingthai

    มีหิมะก็สวยไปอีกแบบ กี่องศาครับ?

    ตอนนี้น่าจะสัก 1-2 องศาครับ แต่ที่ไข่ดำ -3 ครับผม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:28
  • phapoom
    katingthai

    เจอกวางหรือเปล่า?

    เจอครับผม กวางเยอะมาก แถมเชื่องมากอีกต่างหาก

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:27
  • phapoom
    katingthai

    แสงสวยงามมาก

    ถือว่าไปจังหวะดีพอดีครับ เขาเปิดไฟ และโชคดีอีกอย่างคือ ได้พักห้องฝั่งที่เห็นตัวปราสาทด้วย

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:26
  • phapoom
    katingthai

    บ่อต้มไข่ดำ ชิมมาเปล่าครับ?

    ผมชิม 1 ลูกครับ ชิมครบ 5 ลูก กลัวอายุยืน 35 ปี อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:25
  • phapoom
    katingthai

    ถ่ายที่Outletใช่เปล่า สวยๆๆ

    ใช่แล้วครับผม บริเวณลานจอดรถครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:25
  • phapoom
    katingthai

    มุมมองสุดยอด

    ขอบคุณครับผม :)

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:24
  • phapoom
    katingthai

    วัดอาซะกุซ่า ถ่ายมาเหมือนกันแล้วจะมาลงให้ดู

    จะรอชมนะครับ อยากรู้เหมือนกันว่าคนอื่นเขาจะ่ถ่ายทอดวัดนี้ออกมาแนวไหนบ้างครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:24
  • phapoom
    katingthai

    มุมนี้งามมาก

    ขอบคุณครับผม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:23
  • phapoom
    katingthai

    สวยงามครับ ได้เล่นสกีด้วยเปล่า

    ยังไม่อยากไปขาหักที่เมืองญี่ปุ่นครับผม เลยเล่นแต่ของเด็ก ๆ ครับ อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:23
  • phapoom
    bessar

    น่าร๊ากกกก

    อนาคต สาว สาว สาว

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:23
  • phapoom
    bessar

    ได้เล่นกะเค้าไม๊คะ

    ไม่ได้เล่นสกีครับ เล่นแต่เลื่อนกระดาน สนุกมาก ๆ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:22
  • phapoom
    uthaiwanth

    เหมือนหิมะกะลังตกเลย ใช่หรือป่าวเนี่ย

    ใช่ครับ วันนี้หิมะตกหนักทั้งวันเลยครับ คนเยอะอีกต่างหาก

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:22
  • phapoom
    thatpop

    ยกนิ้วให้ครับ

    ขอบคุณครับผม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:21
  • phapoom
    thatpop

    เด็กประเทศนี้น่าหยิก จริงๆ ครับ

    เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ แล้วชุดที่แต่ละคนแต่งนะครับ เจ๋ง ๆ ทั้งนั้นเลย แจ่มแต่เด็กเลยจริง ๆ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:19
  • phapoom
    baddoguy

    โห คนเยอะมากๆ

    เยอะมากจริงๆ ครับ กว่าจะแทรกตัวเข้าไปถ่ายได้ ต้องรออยู่่นานมาก ๆ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:18
  • phapoom
    baddoguy

    ไปโอซาก้าสองครับ ไปไม่เคยถึงปราสาทเลย อยู่แต่แถวๆโดทนโบริ อิอิ

    ไปคราวหน้าคงต้องแวะแล้วนะครับ ว่าแต่ โดทนโบริ มีอะไรเด่นเหรอครับหมอ ถึงติดใจไปแต่แถวนั้นน่ะครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:17
  • phapoom
    anongporn22

    ฟ้าสีส้ม น่ารักจับใจ

    ภาพนี้ปรับ WB เป็น Shade ครับผม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:17
  • phapoom
    baddoguy

    สีสวยแปลกดี

    ปรับ picture style เป็น twilight นะครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:16
  • phapoom
    baddoguy

    งามมากครับ

    เสียดายที่หิมะมันกำลังตกน่ะครับ ถ้าไม่ตก ภาพตัวปราสาทมันคงจะชัดกว่านี้

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:16
  • phapoom
    anongporn22

    น่ารักมากๆค่ะ ชอบสีภาพแบบนี้จัง !!

    ปรับ picture style นิดหน่อยครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 02:14
  • phapoom
    baddoguy

    ขาวๆนั่นหิมะเหรอครับ

    ใช่แล้วครับผม ก่อนหน้าที่ผมไปวันนั้นหิมะตกครับ แล้ววันที่ผมไป หิมะก็ตกด้วยครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 01:55
  • phapoom
    baddoguy

    โห...สวยมาก ไปนอนที่ไหนถึงได้เก็บภาพอย่างนี้

    พักที่ NAGOYA CASTLE ครับ ลุกจากเตียงก็เห็นตัวปราสาทเลยครับ อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 01:54
  • phapoom
    baddoguy

    เค้าเข้าใจจัดแสงนะครับ

    นั่นซิครับ แสงเป็นลำ ๆ เลย

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 01:39
  • phapoom
    anongporn22

    สวยค่ะลุง

    ช่วงนั้นพระอาทิตย์เริ่มตกพอดีครับผม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 01:38
  • phapoom
    baddoguy

    บรรยากาศดีนะครับ

    ตอนที่ขึ้นไป หิมะกำลังตกด้วยครับ เลยไม่ได้ไปสำรวจที่บ่ออื่นเลย

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 01:36
  • phapoom
    baddoguy

    งามอีกใบ

    ถือว่าโชคดีที่รถจอดแวะช๊อปปิ้งตอนแสงงามพอดีครับผม ผมไม่สนใจช๊อปแล้ว สนใจเก็บรูปมากกว่า

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 01:32
  • phapoom
    anongporn22

    น่าร้ากกก

    ชอบชุดของเด็กที่นี่ด้วย เด็กที่นี่แต่งตัวแนวกันทุกคนเลย

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 01:28
  • phapoom
    baddoguy

    สวยมหัศจรรย์เลย โชคดีมากครับลุงเอก

    ได้เห็นแสงเย็นอย่างเดียวก็ถือว่าโอเคแล้วเนอะหมอ แสงเช้าไม่เห็นไม่เป็นไร ตอนเช้าแสงไม่โผล่ที่ฟูจิเลยครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:52
  • phapoom
    baddoguy

    สวยมากๆ เห็นแล้วอึ้ง

    ตอนก้าวเขามาถึงที่นี่ ผมก็อึ้งไปเหมือนกันครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็นฟูจิเต็ม ๆ ตาแบบนี้ เพราะได้ยินเขาล่ำลือมาว่า มันไม่ค่อยปรากฎโฉมสักเท่าไหร่

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:50
  • phapoom
    baddoguy

    ชอบเงาสีแดง

    มันเปล่งเหมือนออร่าเลยครับหมอ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:50
  • phapoom
    dragowen

    โว้ววววววววววววววววววววว สวยมากมายเลยคับ

    เสียดายที่หิมะกำลังตกน่ะครับ หิมะมันเลยไปบังปราสาททองซะหมดเลย

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:49
  • phapoom
    baddoguy

    ถ่ายได้สวยครับ

    ขอบคุณครับผม แสงของจริงสวยกว่านี้อีกครับ แต่ถ่ายมาได้เท่านี้ง่ะ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:49
  • phapoom
    baddoguy

    ว้าว มุมนี้สวยงาม ฟ้าใสจัง ท่าทางจะหนาวจัดนะ ตอนที่ไปญี่ปุ่นปีที่แล้ว วันไหนฟ้าใส ลูกทัวร์รู้ตัวเลยว่าจะหนาวกว่าวันฟ้าหม่น

    อากาศเย็นเอาเรื่องเลยครับ ผมว่า อุณหภูมิสูงสุดช่วงที่ผมอยู่ญี่ปุ่น น่าจะประมาณ 5 องศานะครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:48
  • phapoom
    baddoguy

    สงสัยจะไปแต่เช้าตรู่

    ไปถึงค่อนข้างเช้าครับ คนเลยไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่เผลอแป๊บเดียว คนเพียบเลย

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:47
  • phapoom
    baddoguy

    อะไรคือตึกรังนกครับ

    ตึกตรงกลางภาพนะครับ เขาออกแบบให้คล้ายรักนก (ลักษณะตึกเหมือนสาน ๆ ตึกป้อม ๆ นะครับ)

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:44
  • phapoom
    baddoguy

    งามครับ กรอบสวย

    ขอบคุณครับหมอเส

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:43
  • phapoom
    baddoguy

    ทำบุญมาด้วยอะไร ฟูจิจึงใจดีเปิดตัวให้ได้ยลอย่างใกล้ชิด

    อิอิ ตอนหมอไปก็เปิดตัวให้เห็นเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:38
  • phapoom
    anongporn22

    อยากหม่ำด้วยอ่า..

    ตอนแรกว่าจะซื้อหินภูเขาไฟมาฝากแล้ว แต่แบกไม่ไหว อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:37
  • phapoom
    anongporn22

    ภาพเปิดก็น่าเที่ยวแล้วค่า...

    เอาให้เข้ากับคอนเซปชื่ออัลบัมน่ะครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:36
  • phapoom
    anongporn22

    สีสวยอีกแล้วค่ะ

    เสียดายที่ไม่มีเวลาตั้งขาตั้งกล้องครับ เพราะเวลามีจำกัดมาก ๆ แถมหิมะตกอีกต่างหาก

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:30
  • phapoom
    anongporn22

    สวยขั้นเทพ

    ทอง ๆ แบบนี้ เทพถึงอยู่ได้ อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:30
  • phapoom
    anongporn22

    ทองจิงๆแฮะ

    ทองจริง อะไรจริง งามจริง

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:29
  • phapoom
    redskale

    มุมงามมาก

    ขอบคุณที่เข้ามาเียี่ยมชมครับผม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:29
  • phapoom
    redskale

    เด็กๆน่ารัก

    เด็กที่นี่ หน้าตาน่ารักกันทุกคนเลยครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:28
  • phapoom
    jeemspurasha

    มุมนี้เลยครับที่อยากชม สวยครับ

    ขอบคุณครับจืด หากรอบให้ปราสาทซะนิดนึง อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:28
  • phapoom
    jeemspurasha

    สวยอะ...

    ช่วงที่ลุงไป หามุมถ่ายยากมากกกกก เพราะมีแต่คนเต็มไปหมด หัวคนยังไม่พอนะ มีร่มกางเต็มไปหมดด้วยเหมือนกัน

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:27
  • phapoom
    jeemspurasha

    โอ้ววว..คงหนาวจับใจ...ยังงี้ เลนส์ไอน้ำไม่จับหรือครับลุง

    หนาวใช้ได้เลยครับผม เลนส์ไม่เป็นฝ้าครับ เพราะเลนส์มันอยู่ในอากาศหนาวจนปรับตัวได้แล้ว แต่ถ้าหากว่า เราอยู่ร้อน ๆ แล้วไปอยู่ในที่หนาว แล้วออกมาเจอร้อนอีก แบบนั้น ฟ้าจับเลนส์แน่นอนครับผม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:26
  • phapoom
    jeemspurasha

    ว้าววว..แสงเงาใบนี้..สวยจังครับ

    ช่วงพระอาทิตย์จะขึ้นครับ เก็บรายละเอียดของตัวอาคารไม่เลย เลยเล่นกับเงาซะเลย

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:25
  • phapoom
    jeemspurasha

    อื้อหื้อ..บ้านท่านโชกุน น่าอยู่ชมัด ไฟสว่างดีจัง

    เปิดไฟอลังการมากเลยแหล่ะ ลำแสงเป็นลำ ๆ เลยครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:25
  • phapoom
    jeemspurasha

    น้านนนน..ไข่สุกจริง ๆ ด้วย..

    นอกจากจะสุกแล้ว ยังดำอีกนะครับนั่น

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:24
  • phapoom
    jeemspurasha

    บ่อน้ำร้อนปะครับ..ลุงได้ลงไปแช่มั้งปะครับ..ไม่เคยแช่ ระวังไข่สุกนะครับ..ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

    บ่อน้ำแร่กำมะถัน คงแช่ไม่ไหวล่ะ มีหวังไข่ดำแหง ๆ ขนาดไข่ไก่ยังดำ ไข่.. จะเหลือเร้อ อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:24
  • phapoom
    jeemspurasha

    ใบนี้ ยิ่งงามครับ ทั้งแสงทั้งวิว

    ยิ่งมืด แสงยิ่งออกครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:22
  • phapoom
    jeemspurasha

    โอ้ววว..สวยจัง..ลุงได้ปีนไปถึงยอดเลยด้วยปล่าวครับ..

    ฤดูนี้ปีนไม่ได้หรอกครับ ต้องช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เพราะหิมะมันละลายหมดแล้ว ถึงจะเริ่มปีนกันได้ครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:20
  • phapoom
    jeemspurasha

    วิวสวย..แสงงามเลยครับ

    ยามเย็น พระอาทิตย์ใกล้ตกครับผม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:19
  • phapoom
    jeemspurasha

    โอ้ววว..ใบนี้...สวยสดงดงามทุกสิ่งอย่างครับลุง

    โชคดีที่ฟ้าไม่เน่า แถมมีเมฆมาช่วยเติมแต่งอีกด้วยครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:19
  • phapoom
    jeemspurasha

    ลุงได้ลองเล่นหิมะปะครับ..

    เล่นครับผม เล่นเลื่อนกระดานไป 5 รอบครับ สนุกมาก ๆ เลยแหล่ะ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:18
  • phapoom
    jeemspurasha

    น่ารักอะ..แก้วยุ้ยเชียว..น่าหยิกกกก

    เสียดายที่หนูน้อยไม่ยอมมองกล้องเลย ถ่ายมาหลายรูปมาก แต่ก้มหน้าก้มตาเล่นแต่หิมะลูกเดียว

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:17
  • phapoom
    jeemspurasha

    ท่าทางจะอร่อย แสงเงา สวยเลยครับ

    อร่อยครับ แต่น้อยไปนิด ไม่ค่อยอิ่มเลย (กินเยอะเด๋วต้องจ่ายตังค์เอง) อิอิ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:17
  • phapoom
    jeemspurasha

    ชอบมุมมองของลุงจัง

    ขอบคุณครับจืด :)

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:16
  • phapoom
    jeemspurasha

    มุมนี้ก็งามครับ..ชอบฟ้าจัง..แหม..อยากอ่านประวัติจัง อิอิอิ

    ขอบคุณครับจืด ใส่ประวัติไว้ในเรื่องเล่าเรียบร้อยแล้วนะครับ

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:16
  • phapoom
    jeemspurasha

    ภาพสวย..แสงเงา เเจ่มเลยครับ..ฟ้าเข้มดีจัง

    โชคดีที่วันนี้เจอฟ้าใสครับผม

    โพสเมื่อ 10 ม.ค. 54 เวลา 00:15
  • phapoom
    jeemspurasha

    สวยจัง ภาพงาม..แสงงาม ใช้ f เ่ท่าไรครับลุงใบนี้ ถึง 22 ปะครับ

    f/19 speed 25 วินาที ครับผม

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 23:57
  • phapoom
    jeemspurasha

    น่ารักจังอะ...จิ้มลิ้มดีจัง..เห็นแล้วอยากได้ลูกสาวเลย...อิอิอิ

    เด็ก ๆ ที่ญี่ปุ่น หน้าตาจิ้มลิ้มกันทุกคนเลยครับ

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 23:55
  • phapoom
    jeemspurasha

    มุมมองงามครับ ชอบภาพ ชอบฟ้า..

    ขอบคุณครับจืด เห็นแบบนี้แล้ว ลุงอยากทำ HDR เป็นจังเลย

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 23:54
  • phapoom
    jeemspurasha

    วิวสวยจัง..ฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ..งามอะลุง ติดที่ด้านซ้ายมือมีรูปพื้นสีดำ เเล้วมีรูปใครก็ไม่รู้ยืนใส่เสื้อสีเขียว ถือกล้องอยู่อะ ไม่งั้นละงามเลย...ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ (ล้อกันเล่น ๆ จ้า)..อย่าโกรธผมนะ

    โมโห !! เด๋วเปลี่ยนจากเสื้อเขียวเป็นเสื้อม่วงแทนก็ได้ง่ะ

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 23:53
  • semontar

    ท่านโชกุนอยู่ที่นี้เปล่า

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 17:46
  • semontar

    ว้าวววว สวย

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 17:46
  • semontar

    สวยๆ

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 17:45
  • semontar

    เด็กที่นี้แก้มแดงดีจัง

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 17:45
  • semontar

    น่ารักอีกแล้ว

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 17:45
  • semontar

    ได้อารมณ์ดีจัง

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 17:45
  • semontar

    น่ารักเชียว ร๊ก ฮ๊ก ซิ้ว

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 17:44
  • voradech

    เป็นทองคำแท้ทั้งตำหนักเลย......สวยๆ

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 10:49
  • voradech

    กินไข่ดำกี่ลูกพี่ ตอนผมไปกินไป 3 ....

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 10:48
  • voradech

    สวยมากๆภาพนี้

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 10:47
  • voradech

    ฟ้างามมากครับภาพนี้ชอบๆ

    โพสเมื่อ 9 ม.ค. 54 เวลา 10:46
  • mayom

    ว๊าววววว ถ่ายหิมะได้เป้นหิมะจริงๆแฮะ เจอตึกสีเหลืองเข้าไป ตายไปเลย

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 06:12
  • mayom

    ใบนี้ยังโอเคกว่า

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 06:12
  • mayom

    จัดแนวตั้งน่าจะสวยกว่านะ แนวขวางต้นไม้ขวามือดึงสายตาไปเยอะเชียว

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 06:11
  • mayom

    เจ๋งเป๋งเลยรูปนี้ โชคดีมากนะครับที่เจอฟ้าโอเค หลานผมไป เจอแต่ฟ้าปิด

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 06:10
  • mayom

    ว๊าววว อยากเล่นเป้นมั่งจัง แค่ใส่สกีเดินยังยากเลย

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 06:10
  • mayom

    น่ารักจังภาพนี้ มายืนยันครับว่า คนญี่ปุ่นค่อนข้างสุภาพและอัธยาศัยดีมากทีเดียว //เอาเท้าเขี่ยๆพวกเกาหลี

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 06:09
  • mayom

    รูปนี้ได้บรรยากาศญี่ปุ่นดีมากๆ

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 06:08
  • mayom

    เจอฤทธิ์ PL เข้าไปหรือนั่น
    แบ่งซีกเชียว

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 06:08
  • mayom

    หน้าเหมือนมิกกี้เมาท์แล้วมั่งเนี่ย

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 06:07
  • mayom

    มุนสวยทีเดียว

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 06:07
  • mayom

    สวยมากครับ ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเลย เก็บไว้ก่อน รอไปตอนแก่กว่านี้

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 06:06
  • fernja

    คนเยอะมากกกกกกกกก

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:56
  • fernja

    มุมนี้ก้อจ๋วยยยยยยยยยยย

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:54
  • fernja

    คิโยมิสึตอนกลางคืนจางามมากกกก
    แต่เฟิร์นว่าสีรูปนี้มานแปลกๆง่า

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:53
  • fernja

    สวยๆๆ วัดลอยมาเร้ยยยยยยยยยยย

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:52
  • fernja

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เด่นมากกกกกกก

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:51
  • fernja

    ได้ลอดเสามั้ยคะ

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:51
  • fernja

    ยิ่งถ้าซากุระบานอีกนะ ยิ่งจ๋วยเรยยยยยยยยยย

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:50
  • fernja

    สีนี้ก้อจ๋วยยยยยยยยยยยย

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:50
  • fernja

    ซิลูเอตงามมั๊กกกกกกกก

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:50
  • fernja

    กิ๊ดดดดดดดดดด
    ทำได้งายยยยยยยยย

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:49
  • fernja
    ninkzaa

    ทำไม ไข่ถึงสีดำ อ่ะครับ ..แปลก ๆ ดี

    มีแร่กัมมะถันค่ะ ทำปฏิกิริยากับโปรตีนบนเปลือกไข่

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:49
  • fernja

    กินไข่ดำ เย้ๆๆๆๆ

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:48
  • fernja

    แสงเริ่ดๆๆๆๆ

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:48
  • fernja

    ฟ้าโปร่ง เลยเห็นอะไรเยอะเรยเนอะ
    เฟิร์นชวดไปหลายอย่างเรย อยากไปซ่อม แง๊ๆๆๆๆ

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:47
  • fernja

    งามมั๊กกก
    อย่างกะภูเขาไฟกะลังจะประทุ

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:46
  • fernja

    ง๊าาาาาาาา จ๋วยๆๆๆๆ

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:45
  • fernja

    55555 น่ารักจังรูปนี้

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:45
  • fernja

    นี่ก้อแก้มแดงเป็นปรืด

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:44
  • fernja

    น่าร้ากกกกก ชอบๆๆ เด็กญี่ปุ่งแก้มแดงเป็นแถบๆเรย

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:44
  • fernja

    จับได้แร้ววววววววว
    ต้องถ่ายให้เห็นกรอบอัตโนมัติง้าบบบบบบบบ

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:42
  • fernja

    แสงอุ่นๆเนอะ
    ไฮโซอ่า มีคนขับรถด้วย

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:42
  • fernja

    อันนี้ของใหม่หมด ตอนไปยังไม่เปิดให้เข้าเรย ฮือออออ

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:40
  • fernja

    แสงเป็นเส้นๆเรย วู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:39
  • fernja

    เอ แปลกจัง ทำไมคนน้อย

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:38
  • fernja

    น่าร้ากกกกกกกกก
    พี่เอกได้ซื้อลีโล่วมาใส่มั้ยคะ ตามเทรน

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:38
  • fernja

    มุมนี้ทำไมไม่เคยเห็นเร้ยยยยยยย สวยๆๆๆๆ

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:37
  • fernja

    อ๊ากกกกก อยากเล่นนน

    โพสเมื่อ 8 ม.ค. 54 เวลา 05:36
  • pbgallery

    พ่อน่ารัก

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 20:55
  • pbgallery

    น่ารักจัง..

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 20:54
  • noomplayboy

    หิมะตกด้วยเหรอครับ เจ๋งไปเลย

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 19:09
  • noomplayboy

    เล่นเงา แจ่มเลยครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 19:08
  • noomplayboy

    สุดยอด งามมากครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 19:08
  • noomplayboy

    แอบมีแสงส้มๆด้วยแฮ๊ะ อยากไปๆๆ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 19:07
  • noomplayboy

    อากาศหนาวมากมั้ยครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 19:06
  • ninkzaa

    อัลบั้มนี้ โดนใจ มาก ๆ เลยครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:13
  • ninkzaa

    มุมสวยตลอดเลย ..

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:12
  • ninkzaa

    อย่างกับรูป IR สวยงาม ..

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:11
  • ninkzaa

    โหยยยย หิมะ ตก สวยมาก ๆ เลยครับน้า ...

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:11
  • ninkzaa

    ถ่ายตอนประมาณกี่โมงครับ ชอบบรรยากาศ มาก ๆ เลย

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:10
  • ninkzaa

    สวยมาก ๆ เลยครับ เยี่ยม ๆ ...

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:09
  • ninkzaa

    สวดยวดดด ครับใบนี้ ...

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:09
  • ninkzaa

    ทำไม ไข่ถึงสีดำ อ่ะครับ ..แปลก ๆ ดี

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:08
  • ninkzaa

    ใบนี้ก็ชอบ สวยงาม ...

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:07
  • ninkzaa

    สวยมาก ๆ เลยครับ ยังกับภาพวาด เลย ...

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:07
  • ninkzaa

    สวยมากครับ ใบนี้ ...

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:06
  • ninkzaa

    เห็นแล้ว อยากเล่นสกี บ้างงงง อยากไปนอนเกลือก หิมะ บ้างงงง

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:06
  • ninkzaa

    น่าัรัก น่าชัง ^^

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:05
  • ninkzaa

    น่าไปนั่ง บ้างงงง ...

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:04
  • ninkzaa

    มุมสวยมากครับ มุมนี้ ...

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:04
  • ninkzaa

    ท้องฟ้าโล่งสวยจริง ๆ เลย

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:03
  • ninkzaa

    น่ารักทั้งสามนู๋น้อยเลย ^^

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:02
  • ninkzaa

    ผมรออ่านเรื่องราวน่ะครับ เพราะผมก็อยากไปญี่ปุ่น มานานแล้ววววว ^^

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 17:02
  • katingthai

    สวยครับ ที่นี่ผมเก็บภาพไม่ได้เลยไปตอนตะวันตกดินแล้ว

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 12:04
  • katingthai

    มุมนี้ก็สวยอีก ผมไม่ได้ไปครับที่นี่

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 12:04
  • katingthai

    มีหิมะก็สวยไปอีกแบบ กี่องศาครับ?

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 12:02
  • katingthai

    เจอกวางหรือเปล่า?

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 12:02
  • katingthai

    แสงสวยงามมาก

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 12:01
  • katingthai

    บ่อต้มไข่ดำ ชิมมาเปล่าครับ?

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 12:00
  • katingthai

    ถ่ายที่Outletใช่เปล่า สวยๆๆ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 12:00
  • katingthai

    ใบนี้สวยมาก ชอบๆๆ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 11:58
  • katingthai

    แก้มชมพูเชียว น่ารักจริงๆ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 11:58
  • katingthai

    มุมมองสุดยอด

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 11:57
  • katingthai

    วัดอาซะกุซ่า ถ่ายมาเหมือนกันแล้วจะมาลงให้ดู

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 11:56
  • katingthai

    น่ารักมากครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 11:55
  • katingthai

    มุมนี้งามมาก

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 11:55
  • katingthai

    สวยงามครับ ได้เล่นสกีด้วยเปล่า

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 11:55
  • bessar

    น่าร๊ากกกก

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 11:25
  • bessar

    ได้เล่นกะเค้าไม๊คะ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 11:24
  • uthaiwanth

    เหมือนหิมะกะลังตกเลย ใช่หรือป่าวเนี่ย

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:56
  • uthaiwanth

    สวยมั่ก ๆ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:53
  • thatpop

    ยกนิ้วให้ครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:16
  • thatpop

    เด็กประเทศนี้น่าหยิก จริงๆ ครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:16
  • thatpop

    น่ารักเสมอ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:15
  • baddoguy

    โห คนเยอะมากๆ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:05
  • anongporn22

    ขรึมขลัง

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:05
  • baddoguy

    ไปโอซาก้าสองครับ ไปไม่เคยถึงปราสาทเลย อยู่แต่แถวๆโดทนโบริ อิอิ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:05
  • anongporn22

    ฟ้าสีส้ม น่ารักจับใจ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:04
  • baddoguy

    สีสวยแปลกดี

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:04
  • baddoguy

    งามมากครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:03
  • anongporn22

    น่ารักมากๆค่ะ ชอบสีภาพแบบนี้จัง !!

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:03
  • baddoguy

    ขาวๆนั่นหิมะเหรอครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:03
  • baddoguy

    โห...สวยมาก ไปนอนที่ไหนถึงได้เก็บภาพอย่างนี้

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:02
  • anongporn22

    ว้าว ว้าว

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:02
  • baddoguy

    เค้าเข้าใจจัดแสงนะครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:02
  • anongporn22

    สวยค่ะลุง

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:01
  • baddoguy

    บรรยากาศดีนะครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:01
  • baddoguy

    งามอีกใบ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:00
  • anongporn22

    น่าร้ากกก

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:00
  • baddoguy

    สวยมหัศจรรย์เลย โชคดีมากครับลุงเอก

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 10:00
  • baddoguy

    สวยมากๆ เห็นแล้วอึ้ง

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:59
  • baddoguy

    ชอบเงาสีแดง

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:59
  • dragowen

    โว้ววววววววววววววววววววว สวยมากมายเลยคับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:58
  • baddoguy

    ถ่ายได้สวยครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:58
  • baddoguy

    ว้าว มุมนี้สวยงาม ฟ้าใสจัง ท่าทางจะหนาวจัดนะ ตอนที่ไปญี่ปุ่นปีที่แล้ว วันไหนฟ้าใส ลูกทัวร์รู้ตัวเลยว่าจะหนาวกว่าวันฟ้าหม่น

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:58
  • baddoguy

    สงสัยจะไปแต่เช้าตรู่

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:57
  • baddoguy

    อะไรคือตึกรังนกครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:56
  • baddoguy

    งามครับ กรอบสวย

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:55
  • baddoguy

    ทำบุญมาด้วยอะไร ฟูจิจึงใจดีเปิดตัวให้ได้ยลอย่างใกล้ชิด

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:55
  • anongporn22

    อยากหม่ำด้วยอ่า..

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:49
  • anongporn22

    อยากมีลูกสาวแบบนี้น้อ..

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:30
  • anongporn22

    ภาพเปิดก็น่าเที่ยวแล้วค่า...

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:29
  • anongporn22

    สีสวยอีกแล้วค่ะ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:28
  • anongporn22

    สวยขั้นเทพ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:27
  • anongporn22

    ทองจิงๆแฮะ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 09:25
  • redskale

    มุมงามมาก

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 08:00
  • redskale

    เด็กๆน่ารัก

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:59
  • jeemspurasha

    มุมนี้ก็งามครับลุง..

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:45
  • jeemspurasha

    มุมนี้เลยครับที่อยากชม สวยครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:42
  • jeemspurasha

    สวยอะ...

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:41
  • jeemspurasha

    โอ้ววว..คงหนาวจับใจ...ยังงี้ เลนส์ไอน้ำไม่จับหรือครับลุง

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:41
  • jeemspurasha

    สวยอีกครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:39
  • jeemspurasha

    ว้าววว..แสงเงาใบนี้..สวยจังครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:39
  • jeemspurasha

    อื้อหื้อ..บ้านท่านโชกุน น่าอยู่ชมัด ไฟสว่างดีจัง

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:36
  • jeemspurasha

    น้านนนน..ไข่สุกจริง ๆ ด้วย..

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:34
  • jeemspurasha

    บ่อน้ำร้อนปะครับ..ลุงได้ลงไปแช่มั้งปะครับ..ไม่เคยแช่ ระวังไข่สุกนะครับ..ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:33
  • jeemspurasha

    ใบนี้ ยิ่งงามครับ ทั้งแสงทั้งวิว

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:30
  • jeemspurasha

    โอ้ววว..สวยจัง..ลุงได้ปีนไปถึงยอดเลยด้วยปล่าวครับ..

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:29
  • jeemspurasha

    วิวสวย..แสงงามเลยครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:28
  • jeemspurasha

    โอ้ววว..ใบนี้...สวยสดงดงามทุกสิ่งอย่างครับลุง

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:27
  • jeemspurasha

    ครอบครัวสุขสัน พรุ่งนี้วันเด็ก ๆ ครับลุง (พรุ่งนี้จะพาเด็กไปเที่ยว)...

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:27
  • jeemspurasha

    ลุงได้ลองเล่นหิมะปะครับ..

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:26
  • jeemspurasha

    น่ารักอะ..แก้วยุ้ยเชียว..น่าหยิกกกก

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:25
  • jeemspurasha

    ท่าทางจะอร่อย แสงเงา สวยเลยครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:25
  • jeemspurasha

    ชอบมุมมองของลุงจัง

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:24
  • jeemspurasha

    มุมนี้ก็งามครับ..ชอบฟ้าจัง..แหม..อยากอ่านประวัติจัง อิอิอิ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:24
  • jeemspurasha

    ภาพสวย..แสงเงา เเจ่มเลยครับ..ฟ้าเข้มดีจัง

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:23
  • jeemspurasha

    สวยจัง ภาพงาม..แสงงาม ใช้ f เ่ท่าไรครับลุงใบนี้ ถึง 22 ปะครับ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:22
  • jeemspurasha

    น่ารักจังอะ...จิ้มลิ้มดีจัง..เห็นแล้วอยากได้ลูกสาวเลย...อิอิอิ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:21
  • jeemspurasha

    มุมมองงามครับ ชอบภาพ ชอบฟ้า..

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:20
  • jeemspurasha

    วิวสวยจัง..ฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ..งามอะลุง ติดที่ด้านซ้ายมือมีรูปพื้นสีดำ เเล้วมีรูปใครก็ไม่รู้ยืนใส่เสื้อสีเขียว ถือกล้องอยู่อะ ไม่งั้นละงามเลย...ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ (ล้อกันเล่น ๆ จ้า)..อย่าโกรธผมนะ

    โพสเมื่อ 7 ม.ค. 54 เวลา 07:17

Snow @ Japan
โพสต์เมื่อ วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม 2554
เวลา 09:07
เข้าชม 3,436 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/Y5Nzle